
เจาะลึก Influencer Marketing Q3/2026 เหตุผลทำไมครีเอเตอร์ และ KOC ถึงตอบโจทย์การสร้าง ROI และยอดขายได้มากกว่า
เมื่อก่อนการทำ Influencer Marketing อาจเริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ ว่า “มีผู้ติดตามกี่คน?” เพราะยิ่งคนติดตามเยอะ ก็ยิ่งคาดหวังว่าจะช่วยสร้างการรับรู้ให้แบรนด์ได้มากขึ้น แต่ในปีผ่านมาสิ่งที่แบรนด์กำลังมองหาเริ่มเปลี่ยนไป จากที่แบรนด์จ้างอินฟลูเอนเซอร์จากความนิยม ก็เปลี่ยนเป็นการเลือกที่จะจ้าง “ครีเอเตอร์” แทน เพราะครีเอเตอร์นั้นสามารถสร้าง ความน่าเชื่อถือ การมีส่วนร่วม และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้จริง ได้นั่นเอง!
ข้อมูลจาก AnyMind Group ในรายงาน The State of Influence in APAC 2026 ซึ่งวิเคราะห์แคมเปญ Influencer Marketing เกือบ 7,000 แคมเปญ และอินฟลูเอนเซอร์กว่า 1.1 ล้านรายใน 10 ตลาดเอเชีย ระหว่างเดือนมกราคม 2023 – ธันวาคม 2025 ระบุว่า
“Influencer Marketing กำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือสร้างการรับรู้ ไปสู่การเป็นตัวขับเคลื่อนความเชื่อ ความตั้งใจซื้อ และ ROI มากขึ้น”
พูดง่าย ๆ คือ แบรนด์ไม่ได้มองแค่ว่าโพสต์นี้มีคนเห็นกี่คน แต่เริ่มมองต่อว่าคนเห็นแล้วเชื่อไหม สนใจสินค้าหรือเปล่า สุดท้ายแล้วเกิดการซื้อจริงหรือไม่ เพราะยอดวิวจำนวนมากอาจไม่ได้หมายถึงยอดขายที่มากตามไปด้วย
AnyMind ยังระบุอีกว่า ช่องว่างระหว่างสิ่งที่ไวรัลกับสิ่งที่มีคุณค่าทางธุรกิจจริงกำลังกว้างขึ้น ทำให้แบรนด์ต้องให้ความสำคัญกับการวัดผลที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจมากกว่าเดิม
ในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้เห็นได้ชัดจากการเติบโตของ Social Commerce เมื่อคอนเทนต์บน TikTok, Instagram Reels และ YouTube Shorts ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างการรับรู้ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่ผู้บริโภคใช้ค้นพบ และตัดสินใจซื้อสินค้า
รายงาน Influencer to Commerce in Thailand 2026 ของ AnyMind Group ระบุว่า Influencer Marketing ในไทย กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขาย นี่ทำให้อินฟลูเอนเซอร์ในวันนี้ไม่ได้มีหน้าที่แค่ช่วยให้คนรู้จักแบรนด์ แต่ต้องเป็นคนที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือ และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อที่ทำให้เกิดยอดขายจริงได้อีกด้วย
เทรนด์ Influencer Marketing ไทย ปี 2026 จึงให้ความสำคัญกับ “การเข้าถึงคนที่ใช่มากกว่าการพยายามเข้าถึงคนจำนวนมากที่สุด” โดย Micro-influencer และ Key Opinion Consumer ที่มีคอมมิวนิตีเฉพาะกลุ่มเริ่มมีบทบาทมากขึ้น เพราะสามารถสื่อสารกับคนที่มีความสนใจใกล้เคียงกันได้อย่างน่าเชื่อถือ
ปัจจุบันแบรนด์หันมาให้ความสำคัญกับการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น แบรนด์ที่การทำการตลาดแบบ Influencer Marketing จึงเลือกทำงานกับ Micro-influencer และ Key Opinion Consumer ที่อาจมีผู้ติดตามไม่มาก แต่มีความใกล้ชิด และได้รับความน่าเชื่อถือจากคนในคอมมิวนิตีของตัวเอง ซึ่งในบางกรณีอาจสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่าการใช้ดารา หรือคนดังที่เข้าถึงผู้คนจำนวนมาก แต่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ที่ดูจริงใจ และมาจากชีวิตประจำวัน เช่น การเล่าเรื่อง ไลฟ์สไตล์ หรือรีวิวอาหาร แบรนด์จึงควรร่วมงานกับครีเอเตอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าการจ้างโปรโมตเพียงครั้งเดียว
ดังนั้นอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะกับแบรนด์อาจไม่ใช่คนที่มีผู้ติดตามหลักล้าน แต่อาจเป็น “ครีเอเตอร์” ที่มีผู้ติดตามหลักหมื่น และเป็นคนที่กลุ่มเป้าหมายเชื่อถือ
Social Media กำลังกลายเป็นพื้นที่ที่คอนเทนต์ ผู้คน และการขายมาเชื่อมต่อกัน โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Instagram ที่ทำให้ครีเอเตอร์กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางการขายของแบรนด์ไปพร้อม ๆ กับการเป็นสื่อ
ดังนั้นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการเปลี่ยนจาก Influencer Economy ไปสู่ Creator Economy ที่เน้น ความเป็นคอมมิวนิตี + การขายมากขึ้น
ในประเทศไทยเองการทำ Influencer Marketing ยังได้รับความนิยมอยู่ โดยกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่ยังเป็นที่ต้องการ ได้แก่ Foodie, Mom & Kids, Lifestyle และ Beauty ซึ่งสะท้อนว่าแบรนด์ยังต้องการ Creator อยู่ เพียงแต่ต้องการคนที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภค และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้มากขึ้น
Influencer Marketing ในยุคนี้จึงต้องเปลี่ยนจากการดูแค่ผู้ติดตามมาเป็นการดูภาพรวมมากขึ้น เช่น
1. Audience Fit ผู้ติดตามเป็นกลุ่มเดียวกับลูกค้าเป้าหมายหรือไม่
2. Engagement Quality คนดูมีส่วนร่วมจริงหรือเป็นเพียงตัวเลข
3. Content Fit สไตล์ และตัวตนของ Creator เข้ากับแบรนด์หรือไม่
4. Conversion คอนเทนต์สามารถพาคนไปสู่การสอบถาม คลิก หรือซื้อได้หรือไม่
5. ROI เงินที่ลงทุนไปสร้างผลตอบแทนกลับมาอย่างไร
แนวทางนี้สอดคล้องกับการให้ความสำคัญกับ Creator Data และ Digital Metrics มากขึ้น ซึ่งช่วยให้แบรนด์ประเมินทั้ง Reach, Engagement และ Impact ของแคมเปญได้ละเอียดกว่าเดิม
แล้วอินฟลูเอนเซอร์ต้องปรับตัวอย่างไร?
จริงหรือไม่? เดี๋ยวนี้แบรนด์ไม่จ้างอินฟลูเอนเซอร์แล้ว? คำตอบคือ “ไม่จริง” เพราะแบรนด์ยังจ้างอินฟลูเอนเซอร์อยู่ เพียงแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “เหตุผลที่เลือกจ้าง” จากเดิมที่แบรนด์อาจดูว่าอินฟลูเอนเซอร์คนไหนมี ยอดผู้ติดตาม ยอดวิว และ Reach สูง แต่วันนี้แบรนด์ให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นมากขึ้น เช่น เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงแค่ไหน น่าเชื่อถือหรือไม่ และช่วยสร้างยอดขายได้จริงหรือเปล่า
พูดง่าย ๆ คือ แบรนด์ไม่ได้มองแค่ว่า “เข้าถึงคนได้เยอะแค่ไหน” แต่กำลังให้ความสำคัญกับ “เข้าถึงคนที่ใช่ได้มากแค่ไหน” เพราะสุดท้ายแล้วสำหรับการทำ Influencer Marketing นั้น การมีคนเห็นคอนเทนต์จำนวนมากอาจไม่สำคัญเท่ากับการทำให้คนที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเกิดความสนใจ เชื่อในสินค้า และตัดสินใจซื้อ
บทความแนะนำเพิ่มเติม