ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ EDC (Subscription)

24 สิงหาคม 2569

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ EDC (Subscription)ฉบับนี้ (“ข้อกำหนด”) ทำขึ้นที่ บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด ณ กรุงเทพมหานคร และมีผลในวันที่ลงนามในข้อกำหนด ("วันที่ใช้บังคับ") โดยและระหว่าง:

  1. บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด ทะเบียนเลขที่นิติบุคคล 0105553084147 ตั้งอยู่ที่ 195 อาคารวัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 4 ห้องเลขที่ 2403 - 2410 ขั้น 24 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “Wongnai” หรือ “บริษัท”) และ
  2. ท่าน ผู้สมัครใช้บริการเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ EDC ตามรายละเอียดใน "ข้อมูลร้านค้า" ที่ระบุในเอกสารส่วนที่ 1 (แบบฟอร์มสมัครใช้บริการเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ EDC (Subscription)) (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ร้านค้า")

โดย Wongnai และ ร้านค้าจะถูกเรียกรวมกันว่า “คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย” และเรียกแต่ละฝ่ายว่า “คู่สัญญา”

โดยที่:

  • Wongnai (รวมถึงกลุ่มบริษัทของ Wongnai) เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในเครื่องรับชำระเงิน และเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Wongnai - LINE MAN รวมทั้งเป็นเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบอื่นใด
  • ร้านค้าตกลงเช่าใช้ (subscribe) เครื่องรับชำระเงินเพื่อใช้รับชำระเงินค่าสินค้า/บริการของร้านค้าที่หน้าร้านและ/หรือสถานที่ขายสินค้าและ/หรือบริการของร้านค้า ผ่านผู้ให้บริการชำระเงินของบริษัท ไลน์ เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ("LINE Pay")
  • ร้านค้าได้ตกลงขายสินค้าและ/หรือบริการของตนเองที่หน้าร้าน และ/หรือสถานที่ขายสินค้าและ/หรือบริการของร้านค้า หรือใช้พื้นที่บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Wongnai - LINE MAN ในการขายอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า หรือบริการต่างๆ ของร้านค้า (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "สินค้า/บริการ")
  • ร้านค้าอาจเข้าทำสัญญาการเข้าร่วมโครงการระบบบริการร้านค้า GP Partnership (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "สัญญา GP Partnership") กับบริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด ("LINE MAN") หรือไม่ก็ได้

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญากันตามข้อตกลงและเงื่อนไขดังต่อไปนี้

1. คำนิยาม

“กลุ่มบริษัท” หมายถึง บริษัทแม่ บริษัทย่อย และบริษัทร่วม ตลอดจนนิติบุคคลอื่นใดที่อยู่ภายใต้การควบคุม (Control) ของบริษัทดังกล่าว ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ทั้งที่มีอยู่ในขณะนี้และที่จะจัดตั้งขึ้นในอนาคต โดยนิยาม “การควบคุม” หมายถึง การมีอำนาจไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการ หรือการดำเนินงานของนิติบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าจะโดยผ่านการถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด การมีอำนาจตามสัญญา หรือโดยประการอื่นใด

“เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Wongnai - LINE MAN” หมายถึง เว็บไซต์และแอปพลิเคชันของบริษัท และ/หรือ แอปพลิเคชัน LINE MAN และ/หรือ แอปพลิเคชัน Wongnai Merchant App (WMA) และ/หรือ LINE และ/หรือแอปพลิเคชันอื่นตามที่บริษัทกำหนด

“ค่าบริการ” หมายถึง ค่าตอบแทนการให้บริการเครื่องรับชำระเงิน ระบบเครื่องรับชำระเงิน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่ร้านค้าต้องชำระให้แก่บริษัทเป็นรายเดือน รวมถึงค่าใช้จ่ายและค่าปรับใดๆ (ถ้ามี) โดยค่าบริการระบบภายใต้นิยามนี้ไม่รวมถึงค่าบริการรับชำระเงินโดยไลน์ เพย์ (MDR) ที่ร้านค้าต้องชำระให้แก่ LINE Pay แยกต่างหากตามที่ระบุไว้ในเอกสารส่วนที่ 3 (ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการไลน์ เพย์สำหรับร้านค้า)

“เครื่องรับชำระเงิน” หมายถึง เครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ EDC

“ระบบเครื่องรับชำระเงิน” หมายถึง ซอฟต์แวร์ระบบเครื่องรับชำระเงินซึ่งพัฒนาโดย wongnai หรือกลุ่มบริษัทของ Wongnai รวมถึงแอปพลิเคชันอื่นที่บริษัทกำหนด

2. หน้าที่และคำรับรองของบริษัท

2.1. บริษัทตกลงอนุญาตให้ร้านค้ามีสิทธิใช้เครื่องรับชำระเงิน และระบบเครื่องรับชำระเงินหรือแอปพลิเคชันอื่นที่บริษัทกำหนด ตลอดจนซอฟต์แวร์และ/หรือ ฟีเจอร์เสริม (feature) อื่นๆ ตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงฉบับนี้ ตั้งแต่วันที่ข้อกำหนดนี้มีผลใช้บังคับ

2.2. บริษัทตกลงส่งมอบเครื่องรับชำระเงิน ให้แก่ร้านค้าเพื่อใช้งานเป็นการชั่วคราวตามระยะเวลาที่ตกลงกัน  ทั้งนี้ กรรมสิทธิ์ในเครื่องรับชำระเงิน ยังคงเป็นของบริษัททุกประการ และร้านมีหน้าที่ดูแลรักษาเครื่องรับชำระเงิน ให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอและจะต้องส่งมอบเครื่องรับชำระเงิน คืนให้แก่บริษัทตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในข้อกำหนดฉบับนี้

3. หน้าที่และคำรับรองของร้านค้า

3.1. ร้านค้าได้อ่านและตกลงปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ทุกประการ

3.2. บริษัทสงวนสิทธิ์ในการเลือกรุ่นของเครื่องรับชำระเงินที่จะส่งมอบให้แก่ร้านค้า ทั้งนี้ เมื่อร้านค้ารับมอบเครื่องรับชำระเงินเรียบร้อยแล้ว จะถือว่าร้านค้าได้ตรวจสอบและยอมรับว่าเครื่องดังกล่าวอยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งาน

3.3. ร้านค้าตกลงปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้งานเครื่องรับชำระเงิน ที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้าย 1 อย่างเคร่งครัด

3.4. ร้านค้าจะต้องใช้เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Wongnai - LINE MAN หรือแอปพลิเคชันอื่นที่บริษัทกำหนดกับเครื่องรับชำระเงินเท่านั้น เพื่อเป็นเครื่องมือในการรับชำระเงินค่าสินค้า/บริการของร้านค้าที่หน้าร้าน และ/หรือ สถานที่ขายสินค้าและ/หรือบริการของร้านค้าตลอดระยะเวลาของข้อกำหนดฉบับนี้ โดยร้านค้าจะไม่ติดตั้งแอปพลิเคชันหรือระบบอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ระบบเครื่องรับชำระเงินของบริษัทบนเครื่องรับชำระเงิน

3.5. ร้านค้าตกลงและยอมรับว่าจะใช้บริการเครื่องรับชำระเงินตามวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องตามกฎหมายภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ที่ระบุไว้นี้เท่านั้น ทั้งนี้ ห้ามมิให้ร้านค้าแก้ไข เปลี่ยนแปลง ดัดแปลงแอปพลิเคชันทุกกรณี

3.6. ร้านค้าตกลงว่าจะปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้อย่างเคร่งครัด โดยร้านค้ารับทราบและตกลงยินยอมว่าบริษัทมีสิทธิที่จะแก้ไข ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการเป็นครั้งคราวตามดุลยพินิจอันสมควรของบริษัทโดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากร้านค้า ทั้งนี้ ร้านค้ามีหน้าที่ตรวจสอบการแก้ไข ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมดังกล่าว และตกลงปฏิบัติตามข้อกำหนดที่แก้ไขปรับปรุงแล้วทุกประการ

3.7. ร้านค้ารับทราบว่า บริษัทเป็นเพียงผู้ขายเครื่องรับชำระเงินและให้บริการระบบเครื่องรับชำระเงินเท่านั้น ดังนั้น ร้านค้ามีหน้าที่ส่งคำขอโอนยอดเงินค่าสินค้า/บริการที่ชำระผ่านเครื่องรับชำระเงินไปยัง LINE Pay ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ LINE Pay กำหนด

3.8. กรณีที่ร้านค้าไม่ต้องการรับคืนสินค้าที่ผู้ชำระเงินซื้อ หรือตกลงสั่งซื้อแล้ว ให้เขียนคำว่า "NO REFUND" (ไม่รับคืนสินค้า) หรือข้อความที่มีความหมายอย่างเดียวกัน ลงในใบเสร็จรับเงินทุกแผ่น และติดป้ายให้ผู้ชำระเงินทราบชัดเจน

3.9. ร้านค้าเป็นผู้มีหน้าที่ออกใบเสร็จรับเงิน และ/หรือ ใบกำกับภาษีแสดงรายละเอียดการรับชำระค่าสินค้า/บริการให้แก่ผู้ชำระเงินตามที่กฎหมายกำหนด

3.10. ร้านค้าตกลงจัดเก็บข้อมูลการชำระค่าสินค้า/บริการ และข้อมูลการทำรายการ ตลอดจนหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) แบบฟอร์มการสั่งซื้อ ชื่อสินค้า/บริการ ราคา หลักฐานการรับชำระค่าสินค้า/บริการ หลักฐานการส่งสินค้า/ให้บริการ ใบเสร็จรับเงิน ที่อยู่และรายละเอียดของผู้รับสินค้า/บริการ และ CCTV Record (หากมี) ไว้อย่างน้อย 10 ปี

3.11. ร้านค้าจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัทอย่างเคร่งครัดในการใช้งานเครื่องรับชำระเงิน และจะต้องดูแลรักษาเครื่องรับชำระเงิน ให้อยู่ในสภาพที่ดี พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ทั้งนี้ การที่บริษัทให้เช่าใช้บริการเครื่องรับชำระเงิน เป็นการให้สิทธิใช้แก่ร้านเป็นเฉพาะเจาะจงเท่านั้น ห้ามมิให้ร้านค้าส่งมอบหรือโอนหรือจำหน่ายเครื่องรับชำระเงิน ให้บุคคลภายนอก หรือกระทำการอื่นใดอันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องรับชำระเงินเป็นอันขาด

4. เงินประกัน  

4.1. ร้านค้าตกลงวางเงินประกันแก่บริษัทเป็นจำนวนเงิน 990 บาท (“เงินประกัน”) และบริษัทมีสิทธิถือเงินประกันนี้โดยปราศจากดอกเบี้ย เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามข้อกำหนดฉบับนี้ ตลอดจนประกันความเสียหาย บุบสลาย หรือสูญหายที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องรับชำระเงิน ทั้งนี้ บริษัทจะคืนเงินประกันดังกล่าวโดยไม่มีดอกเบี้ยให้แก่ร้านค้า เมื่อบริษัทได้ตรวจสอบและรับคืนเครื่องรับชำระเงินคืนอย่างครบถ้วน และอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ปกติ และไม่พบความเสียหายหรือบุบสลาย และร้านค้าชำระหนี้ค่าบริการ หรือหนี้อื่นที่มีต่อบริษัทครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว

4.2. ในกรณีที่ร้านค้าไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดฉบับนี้ หรือกระทำการใดเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย ร้านค้าตกลงให้บริษัทมีสิทธิหักหรือริบเงินประกันไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนทันทีโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ร้านค้าทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ให้ถือว่าการริบเงินประกันดังกล่าวเป็นการแก้ไขเยียวยาเพียงบางส่วนและไม่ถือเป็นการตัดสิทธิของบริษัทที่จะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

4.3. ในกรณีที่ข้อกำหนดฉบับนี้สิ้นสุดลงไม่ว่าเพราะเหตุใดๆ ร้านค้าจะต้องส่งมอบเครื่องรับชำระเงินคืนให้แก่บริษัทในสภาพปกติภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ข้อกำหนดนี้ได้สิ้นสุดลง หากพ้นระยะเวลาที่กำหนดนี้แล้ว และร้านค้าจงใจหรือละเลยไม่ส่งมอบหรือไม่สามารถส่งมอบเครื่องรับชำระเงินคืนให้แก่บริษัทไม่ว่าเหตุใดก็ตาม ร้านค้าจะต้องรับผิดชอบในการชำระค่าบริการต่อไปจนกว่าจะส่งมอบเครื่องรับชำระเงินให้แก่บริษัทจนครบถ้วน ในสภาพปกติที่บริษัทจะใช้ประโยชน์ได้

4.4. ทั้งนี้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ภายหลังข้อกำหนดนี้สิ้นสุดลง บริษัทมีสิทธิดำเนินการเก็บคืนเครื่องรับชำระเงินจากร้านค้าได้ทันที โดยมีอัตราค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินการเก็บคืนเครื่องรับชำระเงินจำนวน 500 บาทต่อเที่ยว ซึ่งร้านค้าตกลงว่า บริษัทสามารถมีดุลพินิจในการหักค่าดำเนินการดังกล่าว และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามข้อ 4.4 นี้จากเงินประกัน และ/หรือจากรายได้ของร้านค้าภายใต้สัญญา GP Partnership (ในกรณีที่ร้านค้าเข้าทำสัญญา GP Partnership กับ LINE MAN)

5. การชำระเงิน

5.1. ร้านค้าตกลงและยินยอมให้บริษัท ตัวแทน หรือผู้ให้บริการรับชำระเงินของบริษัท ดำเนินการหักค่าบริการระบบและภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นรายเดือนตามวันที่บริษัทกำหนด ซึ่งอาจรวมถึงค่าใช้จ่าย ค่าบริการอื่นๆ หรือค่าปรับที่ร้านค้ายังคงค้างชำระอยู่กับบริษัท จากยอดเงินค่าสินค้า/บริการที่โอนเข้าบัญชีของร้านค้าในแต่ละรอบการชำระเงิน (settlement amount) ก่อนที่บริษัทจะโอนเงินค่าสินค้า/บริการส่วนที่เหลือให้แก่ร้านค้า

5.2. หากร้านค้ามียอดเงินที่ได้จากการขายสินค้า/บริการผ่านเครื่องรับชำระเงินไม่เพียงพอต่อการชำระค่าบริการ  ณ วันที่ครบกำหนดหักค่าบริการ ระบบชำระเงินจะทำการทบยอดคงค้างของร้านค้าเพื่อหักชำระภายในวันถัดไปจนกว่ายอดคงค้างจะถูกชำระให้แก่บริษัทจนครบถ้วน

5.3. ภายในวันสิ้นเดือนปฏิทินของแต่ละเดือน หากร้านค้ายังมีค่าบริการคงค้าง บริษัทจะนำส่งใบแจ้งหนี้สำหรับเงินคงค้างดังกล่าว ไปยังร้านค้า ซึ่งร้านค้าจะต้องชำระค่าบริการ คงค้างให้ครบถ้วน ภายใน 7 (เจ็ด) วัน นับแต่บริษัทส่งใบแจ้งหนี้

5.4. หากร้านค้ามีค่าใช้จ่าย ค่าเสียหาย หรือค่าปรับค้างชำระภายใต้สัญญานี้ บริษัทจะออกใบแจ้งหนี้ให้ร้านค้าชำระเงินดังกล่าวให้ครบถ้วนภายใน 7 (เจ็ด) วันนับแต่วันที่ได้รับใบแจ้งหนี้ ทั้งนี้ บริษัทอาจหักค่าใช้จ่าย ค่าเสียหาย หรือค่าปรับดังกล่าว จากยอดเงินค่าสินค้าหรือบริการที่จะโอนเข้าบัญชีของร้านค้าในแต่ละรอบการชำระเงิน (Settlement Amount) ได้

5.5. ทั้งนี้ หากร้านค้าชำระค่าบริการไม่ครบถ้วน หรือล่าช้ากว่ากำหนดเวลาที่กล่าวมาข้างต้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าปรับในอัตรา 1.2% ต่อเดือนของยอดค้างชำระทั้งหมดจนกว่าบริษัทจะได้รับชำระเงินครบถ้วน และมีสิทธิระงับการให้บริการระบบเครื่องรับชำระเงินและเรียกคืนเครื่องรับชำระเงิน คืนได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งบอกล่าวให้ร้านค้าทราบล่วงหน้า

5.6. ค่าบริการเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในเอกสารแนบท้าย 2 หากร้านค้ามียอดการใช้บริการต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในเอกสารแนบท้าย 3

6. การหักภาษี ณ ที่จ่าย

ในกรณีที่ร้านค้าจดทะเบียนประกอบธุรกิจเป็นนิติบุคคล  ในการชำระค่าสินค้าและค่าบริการให้บริษัท ร้านค้าตกลงมอบอำนาจให้ บริษัท เป็นผู้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่าย ของค่าบริการแทนร้านค้า ตั้งแต่รายการชำระเงินรายการแรกที่ร้านค้าเริ่มใช้บริการของบริษัท โดยให้บริษัท มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ยื่นแบบ ยื่นรายการ และนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร แทนร้านค้า ทั้งนี้ ให้ถือว่าร้านค้าได้ให้ความยินยอมและการมอบอำนาจดังกล่าวครอบคลุมถึงบริการอื่นใดที่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญานี้ด้วย และ บริษัท อาจเรียกเก็บค่าอากรแสตมป์ที่เกี่ยวข้องกับการมอบอำนาจนี้จากร้านค้า

หากต่อไปในภายหน้า ร้านค้าได้ขยายกิจการเปิดสาขาหลายแห่งภายใต้เจ้าของร้านค้าเดียวกันที่เป็นชื่อนิติบุคคลและเลขที่นิติบุคคลเดียวกัน ซึ่งร้านค้าได้แจ้งให้บริษัท ทราบและ บริษัท ได้ออกรหัสผู้ขายแยกหมายเลขเป็นแห่งๆ ให้กับร้านค้า ร้านค้าตกลงให้การมอบอำนาจให้บริษัท เป็นผู้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามข้อนี้มีผลบังคับใช้เป็นหนังสือยินยอมกับสาขาต่าง ๆ ของร้านค้านั้นด้วย โดยร้านค้าไม่จำเป็นต้องทำเอกสาร และ/หรือหลักฐานใด ๆ เพิ่มเติมให้กับบริษัท

ในกรณีที่สัญญาฉบับนี้มีผลสิ้นสุดลง ไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเป็นฝ่ายขอยกเลิกและไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ให้ถือว่าเป็นการยกเลิกความยินยอมของร้านค้าที่ให้ บริษัท เป็นผู้ดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแทนร้านค้าด้วย

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ร้านค้ามีความประสงค์จะเพิกถอนความยินยอมหรือการมอบอำนาจตามข้อนี้ในระหว่างที่สัญญายังมีผลบังคับอยู่ ร้านค้าจะต้องแจ้งความประสงค์ดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรต่อบริษัท ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน และการเพิกถอนจะมีผลสมบูรณ์เมื่อบริษัท ได้ตอบรับเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น

7. ระยะเวลา

ให้ข้อกำหนดฉบับนี้มีผลตั้งแต่ วันที่ใช้บังคับจนกว่าจะมีการบอกเลิกตามข้อ 9 ทั้งนี้ การบอกเลิกดังกล่าวจะไม่กระทบต่อหน้าที่และภาระผูกพันใดๆ ทั้งปวงที่เกิดขึ้นก่อนวันที่การบอกเลิกมีผลบังคับหรือวันที่สิ้นสุดของข้อกำหนด

8. การส่งมอบ

8.1. เมื่อร้านค้าได้ส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องครบถ้วน และได้รับการอนุมัติจากผู้ที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว บริษัทจะส่งมอบเครื่องรับชำระเงินตามวันและเวลาที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงนัดหมายกัน ทั้งนี้วันและเวลาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

8.2. หากมีบุคคล ตัวแทน หรือลูกจ้างของร้านค้าเป็นผู้รับมอบเครื่องรับชำระเงินไว้ ให้ถือว่าร้านค้าได้รับมอบเครื่องรับชำระเงินโดยถูกต้องและสมบูรณ์แล้ว โดยความเสี่ยงต่อความสูญหายหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับเครื่องรับชำระเงินให้ตกเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของร้านค้านับแต่ขณะที่รับมอบเป็นต้นไป

8.3. ในกรณีที่ร้านค้าพบว่าเครื่องรับชำระเงินที่ได้รับอยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน ร้านค้ามีหน้าที่แจ้งเคลม หรือ ขอเปลี่ยนเครื่องรับชำระเงิน ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับมอบเครื่องรับชำระเงิน ทั้งนี้ หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าบริษัทส่งมอบเครื่องรับชำระเงินให้แก่ร้านค้าในสภาพที่ดีและพร้อมใช้งานทุกประการ ซึ่งร้านค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งาน

8.3.1. กรณีที่เกิดความเสียหายที่ไม่ถือว่าเป็นความผิดของร้านค้าตามกรณีที่ระบุไว้ด้านล่าง ร้านค้าสามารถแจ้งเปลี่ยนเครื่องรับชำระเงิน ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย  ทั้งนี้ ร้านค้าต้องแจ้งให้บริษัททราบภายในระยะเวลาที่กำหนดข้างต้น

ก. ได้รับเครื่องรับชำระเงิน ที่ไม่พร้อมใช้งานเนื่องจากกระบวนการการผลิต

ข. เครื่องรับชำระเงิน เกิดความเสียหายระหว่างขนส่ง

ค. ได้รับเครื่องรับชำระเงิน และอุปกรณ์ไม่ครบ

8.3.2. ความเสียหายที่ร้านต้องรับผิดชอบ และ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ได้แก่กรณีดังต่อไปนี้

ก. เครื่องรับชำระเงิน ที่ชำรุด แตก หัก บุบ ไหม้ บิ่น งอ เบี้ยว ร้าว ทะลุ มีรอยขูดขีด อุปกรณ์บางส่วนหลุดหายไป ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากรูปแบบการใช้งานปกติ และ/หรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งานของเครื่องรับชำระเงิน ไม่ว่าจะภายใต้ข้อกำหนดฉบับนี้หรือที่ได้ถูกระบุไว้ในคู่มือการใช้งานในบรรจุภัณฑ์

ข. เครื่องรับชำระเงิน มีสภาพผิดปกติ ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นเองหรือเกิดจากการเก็บรักษาอย่างไม่ถูกต้อง เช่น คราบกาว คราบออกไซด์ คราบน้ำ คราบมูลสัตว์ รอยสนิม เป็นต้น

ค. เครื่องรับชำระเงินหรืออุปกรณ์ของเครื่องรับชำระเงิน ได้รับความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ (เช่น ฟ้าผ่า น้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว) จากแมลงและสัตว์  หรือเกิดความเสียหายจากความผิดของร้านค้าเอง

ทั้งนี้ บริษัทจะใช้ดุลยพินิจแต่เพียงฝ่ายเดียวในการพิจารณาตรวจสอบว่าเครื่องรับชำระเงิน ที่ขอเปลี่ยนเข้าเงื่อนไขภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้หรือไม่

8.4. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไขเงื่อนไขการเปลี่ยนคืนเครื่องรับชำระเงิน โดยมิต้องแจ้งให้ร้านค้าทราบล่วงหน้า

8.5. บริษัทจะรับผิดชอบค่าขนส่งในการเปลี่ยนหรือคืนเครื่องรับชำระเงินในกรณีที่เป็นผลอันเนื่องมาจากข้อผิดพลาด หรือพฤติการณ์ที่บริษัทต้องรับผิดชอบเท่านั้น หากเป็นกรณีที่เป็นความเสียหายจากความรับผิดชอบของร้านค้า ร้านจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเครื่องรับชำระเงิน ด้วยตนเอง เว้นแต่ทางบริษัทจะพิจารณายกเว้นให้เป็นกรณีๆไป

9. การสิ้นสุดของข้อกำหนด

9.1. คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกเลิกข้อกำหนดฉบับนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุใดๆ โดยจะต้องบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง หรือแจ้งบอกเลิกผ่านฝ่ายดูแลร้านค้าบนแอปพลิเคชัน โดยจะต้องแจ้งบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อย 7 (เจ็ด) วัน ก่อนวันสิ้นสุด ทั้งนี้ ค่าบริการทั้งหมดที่ร้านค้ายังค้างชำระอยู่และค่าบริการที่ยังไม่ได้เรียกเก็บ ร้านค้ายังคงมีหน้าที่ต้องชำระเงินให้บริษัท รวมถึงค่าปรับ (ถ้ามี) จนครบถ้วน

9.2. ให้ข้อกำหนดฉบับนี้มีผลสิ้นสุดลง และบริษัทมีสิทธิยุติการให้บริการเครื่องรับชำระเงินได้ทันทีในกรณีดังต่อไปนี้

9.2.1. ข้อมูลและเอกสารต่างๆ ที่ร้านค้าได้ให้ไว้แก่บริษัทไม่ถูกต้อง หรือเป็นเอกสารปลอม

9.2.2. ร้านค้าผิดข้อตกลง ข้อกำหนด หรือเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใด

9.2.3. ร้านค้านำเครื่องรับชำระเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือแตกต่างจากวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ หรือไปใช้ในทางผิดกฎหมาย หรือทำการใดๆที่เข้าข่ายพฤติกรรมทุจริตหรือฉ้อโกง

9.2.4. เมื่อร้านค้าถูกศาลสั่งพิทักษ์เด็ดขาดหรือมีคำพิพากษาให้ล้มละลาย

9.2.5. เมื่อบริษัทไม่สามารถหักค่าบริการเป็นระยะเวลาต่อเนื่องเกินกว่า 2 เดือน

9.3. ในกรณีที่มีการบอกเลิกการบริการหรือข้อกำหนดสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ร้านค้ายังคงมีภาระผูกพันในการชำระหนี้ค้างชำระทั้งหมดให้แก่บริษัทจนครบถ้วน  ทั้งนี้ ร้านค้าตกลงยินยอมให้บริษัทมีสิทธิหักบรรดาค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าปรับใดๆ ที่ค้างชำระ (ถ้ามี) ภายใต้การบริการในข้อกำหนดนี้ จากรายได้ของร้านค้าภายใต้สัญญา GP Partnership (ถ้ามี) ได้ทันทีตามดุลพินิจของบริษัท

9.4. ร้านค้าตกลงยินยอมให้บริษัท และ/หรือ กลุ่มบริษัทของ Wongnai มีสิทธิหักหนี้ค้างชำระระหว่างรายได้ภายใต้การบริการในข้อกำหนดนี้ และรายได้ภายใต้สัญญา GP Partnership สลับกันได้ ในกรณีที่รายได้จากสัญญาใดสัญญาหนึ่งไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ที่เกิดขึ้นภายใต้สัญญานั้นๆ โดย Wongnai และ/หรือ กลุ่มบริษัทของ Wongnai มีสิทธิหักเงินได้ทันทีจนกว่าหนี้จะครบถ้วนตามดุลพินิจ

9.5. หากมีการผิดนัดชำระค่าบริการ หรือชำระไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้องตรงตามวัน เวลา และวิธีการที่ Wongnai กำหนดแล้ว ร้านค้าตกลงและยินยอมให้ Wongnai มีดุลยพินิจแต่เพียงผู้เดียวในการเก็บสำรอง หักจำนวนเงินจากเงินประกัน และ/หรือหักจำนวนเงิน ระงับการถอนเงิน ยึดหน่วง ยกเลิก หรือกระทำการใด ๆ แก่เงินสดของร้านค้าภายใต้สัญญา GP Partnership ตลอดจนระงับการใช้งานต่างๆ ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Wongnai - LINE MAN อันรวมถึงการระงับการจำหน่ายสินค้าหรือบริการผ่านแอปพลิเคชัน LINE MAN จนกว่าร้านค้าจะชำระเงินค่าบริการภายใต้ข้อกำหนดนี้จนเต็มจำนวน

10. ข้อตกลงอื่นๆ

10.1. ข้อกำหนด ฉบับนี้ไม่ก่อให้เกิดความผูกพันในลักษณะของการเป็นตัวแทน หุ้นส่วน หรือกิจการร่วมค้า และไม่มีฝ่ายใดที่มีอำนาจกระทำการแทนอีกฝ่ายหรือกระทำการในฐานะตัวแทน ของอีกฝ่ายหนึ่งไม่ว่าด้วยประการใดๆ

10.2. ข้อกำหนดนี้เป็นสิทธิเฉพาะตัว คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่อาจโอนสิทธิตามข้อกำหนฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งเป็นลายลักษณ์อักษร

10.3. บริษัทมีสิทธิแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลงฉบับนี้ได้ โดยบริษัทจะแจ้งให้ร้านค้าทราบล่วงหน้าผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด และเมื่อร้านค้ายังคงใช้บริการระบบเครื่องรับชำระเงินต่อไปหลังจากมีการแก้ไขดังกล่าว ให้ถือว่าร้านค้าตกลงยอมรับและยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขใหม่นั้นโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

10.4. หากพบว่าลูกจ้าง พนักงาน หรือตัวแทนร้านค้าทุจริต หรือมีส่วนร่วมกับผู้ทุจริต เป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย ร้านค้าตกลงรับผิดชอบแก่บริษัททั้งสิ้น

10.5. หากร้านค้าไม่ได้เก็บรักษาเอกสารหลักฐานการทำธุรกรรมไว้ หรือเก็บรักษาไว้ไม่ครบถ้วน ร้านค้าตกลงให้บันทึก และเอกสารหลักฐานที่บริษัทได้เก็บรักษาไว้ ถือว่าถูกต้องแท้จริงและเป็นที่สุด

10.6. เมื่อมีการเซ้งกิจการ ร้านค้ามีหน้าที่ต้องแจ้งยกเลิกการใช้บริการเครื่องรับชำระเงินกับทางบริษัทเท่านั้น โดยห้ามมิให้มีการโอนสิทธิ ส่งมอบสิทธิ หรือยินยอมให้บุคคลภายนอกเข้าสวมสิทธิการใช้บริการนี้โดยเด็ดขาด เว้นแต่จะได้มีการตกลงเป็นอย่างอื่นกับบริษัท หากมีการฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าว ร้านค้าเดิมตกลงรับผิดชอบต่อบริษัทในความเสียหาย ค่าใช้จ่าย หรือความรับผิดทางกฎหมายทุกประการ (รวมถึงการละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานของร้านค้ารายใหม่นั้น เสมือนว่าร้านค้าเดิมเป็นผู้กระทำการดังกล่าวด้วยตนเอง

10.7. กรณีเครื่องรับชำระเงิน สูญหาย ถูกขโมย หรือเสียหายไม่ว่ากรณีอื่นใดที่ทำให้ร้านค้าไม่สามารถใช้เครื่องได้ภายหลังจากที่ร้านค้าได้รับเครื่องรับชำระเงินแล้ว  เหตุดังกล่าวไม่ทำให้ร้านค้าหลุดพ้นจากหน้าที่ในการชำระค่าบริการตามข้อกำหนดนี้ที่ร้านค้ายังคงค้างกับบริษัทจนครบถ้วน พร้อมทั้งค่าเครื่องรับชำระเงินตามที่บริษัทเห็นสมควร

10.8. การขายทอดตลาดเครื่องรับชำระเงิน หรือ การปลดล็อคเครื่อง (Jailbreak) ที่ถูกล็อกจากทางบริษัท หรือการอนุญาตให้บุคคลภายนอกครอบครองเครื่องรับชำระเงิน โดยฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับนี้ หรือ โดยปราศจากความยินยอมจากบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรให้ถือว่าเป็นการกระทำที่จงใจก่อให้บริษัทได้รับความเสียหาย

11. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลร้านค้า

ร้านค้าตกลงแจ้งปรับปรุงข้อมูลร้านค้าแก่บริษัทให้เป็นข้อมูลปัจจุบันอยู่เสมอ รวมถึง สถานที่ตั้ง หมายเลขโทรศัพท์ เวลาเปิดปิดดำเนินการ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงรายการสินค้า/บริการ ราคา รายการสินค้า/บริการใหม่ หรือการยกเลิกรายการสินค้า/บริการ โดยร้านค้าต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้บริษัททราบภายใน 3 (สาม) วันนับแต่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล

12. หน้าที่การรักษาความลับ

12.1. “ข้อมูลอันเป็นความลับ” รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

i. ข้อมูลทางการเงินและการชำระเงิน เช่น  อัตราค่าบริการ จำนวนหรืออัตราส่วนราคา กำไร และข้อมูลการชำระเงินในทุกรูปแบบ

ii. ข้อมูลทางเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยีการชำระเงิน ความรู้เชิงกระบวนการ (Know-how) และข้อมูลทางเทคนิคที่ได้รับมาระหว่างการปฏิบัติตามข้อกำหนดฉบับนี้

iii. ข้อมูลการดำเนินงาน เช่น การประสานงาน ใบรับรอง และข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สัญญาและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

iv. ความลับทางการค้าอื่นใด ที่ได้รับมาหรือล่วงรู้จากการปฏิบัติตามข้อกำหนดฉบับนี้

12.2. คู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูลของคู่สัญญาอีกฝ่ายและเนื้อหาของข้อกำหนดฉบับนี้ไว้เป็นความลับและจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลภายนอกไม่ว่าในกรณีใดตลอดอายุของข้อกำหนด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งก่อนล่วงหน้า โดยให้ถือว่าข้อมูลใด ๆ ไม่เป็นข้อมูลอันเป็นความลับหากข้อมูลนั้น (i) มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว หรือกลายเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชนในภายหลัง โดยมิใช่ความผิดของฝ่ายผู้รับข้อมูล (ii) เป็นข้อมูลที่ฝ่ายผู้รับข้อมูลได้รับมาโดยสุจริตจากบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิครอบครองข้อมูลดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย และข้อมูลนั้นไม่อยู่ภายใต้ข้อผูกพันในการรักษาความลับต่อฝ่ายผู้เปิดเผยข้อมูล (iii) เป็นข้อมูลที่ฝ่ายผู้รับข้อมูลมีสิทธิครอบครองอยู่โดยชอบก่อนที่จะได้รับข้อมูลดังกล่าวจากฝ่ายผู้เปิดเผยข้อมูล หรือ (iv) เป็นข้อมูลที่ฝ่ายผู้รับข้อมูลได้พัฒนาขึ้นเองโดยอิสระ โดยมิได้อ้างอิงถึงหรือได้รับประโยชน์จากข้อมูลอันเป็นความลับที่ได้รับภายใต้ข้อกำหนดนี้ และการพัฒนาดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดข้อกำหนดฉบับนี้

12.3. ทั้งนี้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายอาจเปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้ หากการเปิดเผยดังกล่าวนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่ใช้บังคับ หรือตามคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย โดยจะต้องแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบถึงความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว รวมถึงรายละเอียดของข้อมูลอันเป็นความลับที่ต้องเปิดเผยนั้น

13. การบอกกล่าว

การบอกกล่าวใดๆ นั้น บริษัทจะส่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) หรือแจ้งในเครื่องรับชำระเงินของบริษัท หรือแจ้งไปยังที่อยู่ของร้านค้า โดยร้านค้าตกลงให้ถือว่าเป็นการส่งแก่ร้านค้าโดยชอบแล้วนับแต่ที่ได้ส่ง และในกรณีที่ร้านค้าประสงค์จะส่งคำบอกกล่าวแก่บริษัทให้ร้านค้าส่งส่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)  หรือ จดหมายไปรษณีย์แบบตอบรับมายังที่อยู่ของบริษัทที่ปรากฏตามหัวกระดาษของเอกสารนี้โดยบริษัทตกลงให้ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบแล้วนับแต่วันที่บริษัทได้รับ

14. เอกสารแนบท้ายข้อกำหนด

ให้ถือว่าเอกสารแนบท้าย และเอกสารประกอบของข้อกำหนดฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดฉบับนี้

15. สิทธิของบริษัทในข้อมูล

15.1. ร้านค้ารับทราบและตกลงว่า บริษัทมีสิทธิในการเป็นเจ้าของของข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นโดยระบบของเครื่องรับชำระเงินของบริษัท หรือที่บริษัทได้เก็บ รวบรวม และ/หรือสร้างไว้เองก่อนที่จะทำการเปิดเผยให้กับร้านค้า เช่น ข้อมูลธุรกรรมอีคอมเมิร์ซที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้หรือข้อมูลพฤติกรรมที่ได้มาจากการใช้บริการระบบของเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท แต่เพียงผู้เดียว  

15.2. ร้านค้ารับทราบและตกลงว่าบริษัท  (รวมถึงบริษัทในเครือที่มีความเกี่ยวข้องกับบริการของบริษัท) มีสิทธิ์ในการเก็บ เข้าถึง ใช้ และวิเคราะห์ข้อมูลที่ร้านค้าโพสต์บนหรือสร้างผ่านทางบริการของเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท หรือส่งต่อมายังบริษัท ไม่ว่าด้วยวิธีการใด (“ข้อมูลของร้านค้า”) เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆของบริษัทเอง เช่น การปรับปรุงบริการของ บริษัท  การให้การสนับสนุนร้านค้า และการเสริมสร้างความปลอดภัยของบริการ โดย บริษัทจะมีสิทธิดังกล่าวตลอดระยะเวลาการให้บริการและภายหลังสิ้นสุดการให้บริการ ตราบเท่าที่กฎหมายอนุญาต ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและนโยบายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของบริษัท

15.3. ร้านค้าตกลงให้บริษัทและบริษัทในเครือมีสิทธิใช้ เก็บรวบรวม ประมวลผล วิเคราะห์ และนำข้อมูลที่ร้านค้าจัดทำ สร้างหรือส่งมอบผ่านบริการของบริษัทไปใช้เพื่อการให้บริการ การพัฒนาและปรับปรุงบริการ การวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ การประเมินความเสี่ยง การจัดทำข้อมูลเชิงสถิติหรือข้อมูลสรุป รวมถึงการประชาสัมพันธ์ร้านค้า การส่งข่าวสาร และการดำเนินธุรกิจของบริษัท 

ทั้งนี้ บริษัทอาจใช้หรือเปิดเผยข้อมูลให้แก่บริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบุคคลอื่น เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้ โดยข้อมูลสรุป ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ ข้อมูลสถิติ แบบจำลอง อัลกอริทึม และข้อมูลที่เกิดจากการประมวลผลหรือสังเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว ให้เป็นสิทธิและทรัพย์สินของบริษัท

15.4. ร้านค้ารับทราบและตกลงว่าบริษัทมีสิทธิใช้ชื่อร้านค้า เครื่องหมายการค้า โลโก้ รูปภาพร้านค้า และข้อมูลร้านค้าที่ร้านค้าได้จัดเตรียมหรือเผยแพร่ผ่านบริการของบริษัท เพื่อการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดของบริการ

15.5. บริษัทขอสงวนสิทธิในการลบ เปลี่ยนแปลง และแก้ไขข้อมูลของร้านค้าในเครื่องรับชำระเงิน โดยไม่ต้องแจ้งให้ร้านค้าทราบล่วงหน้า ในกรณีที่ข้อมูลร้านค้าไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน มีคำร้องเรียนจากผู้ใช้คนอื่น มีการแจ้งเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามีคำสั่งทางกฎหมายให้ลบออก มีเนื้อหาน่ารังเกียจ ละเมิด หรือเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลงและเงื่อนไขฉบับนี้ นอกจากนี้ บริษัท มีสิทธิในการปิดกั้นการส่งการสื่อสาร รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การอัปเดตสถานะ การโพสต์ ข้อความ และ/หรือการสนทนาไปยังหรือจากบริการในระบบ เพื่อควบคุมให้การใช้งานอยู่ภายใต้บังคับข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการฉบับนี้

15.6. บริษัทสงวนสิทธิที่จะตรวจสอบการละเมิดกฎหมายหรือศีลธรรมบนระบบของเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท และการละเมิดข้อบังคับและเงื่อนไขการบริการของ บริษัท โดยบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลของร้านค้าต่อบุคคลภายนอก หากบริษัทเชื่อโดยสุจริตว่าการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นไปเพื่อ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับข้อสงสัยว่ามีกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย (2) บังคับใช้เงื่อนไขการบริการของบริษัท  (3) ปฏิบัติตามกระบวนการทางกฎหมาย (4) ปกป้องสิทธิชื่อเสียงและทรัพย์สินของบริษัท และสมาชิกร้านค้าอื่น (5) กรณีอื่นใดตามที่บริษัทเห็นสมควร

16. การรักษาข้อมูลผู้ชำระเงินของบริษัท

16.1. “ข้อมูลผู้ชำระเงินของบริษัท” หมายถึง ข้อมูลผู้ชำระเงินทุกอย่างที่ถูกสร้างขึ้น เชื่อมต่อหรือเก็บบันทึกไว้ในเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Wongnai, LINE MAN, LINE Pay, WMA, เครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท หรือส่งต่อทางอื่นให้กับร้านค้า โดยบริษัทพันธมิตรของบริษัท และบริษัทในเครือรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ชื่อผู้ชำระเงิน ที่อยู่ในการจัดส่ง อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลการชำระเงิน

16.2. ร้านค้าตกลงที่จะใช้ข้อมูลผู้ชำระเงินของบริษัทเพียงเพื่อวัตถุประสงค์ที่บริษัทพันธมิตรของบริษัท และ/หรือบริษัทในเครือเปิดเผยได้ตกลงให้ร้านค้าใช้เท่านั้นเช่นวัตถุประสงค์ตามที่ได้ตกลงกันไว้ในการเข้าร่วมโครงการระบบบริการร้านค้า GP Partnership กับ LINE MAN (ในกรณีที่ร้านค้าเข้าทำสัญญา GP Partnership กับ LINE MAN) โดยร้านค้าจะไม่นำข้อมูลผู้ชำระเงินของบริษัทไปเพื่อเสริมข้อมูลของทางร้านค้าของร้านค้า หรือบุคคลที่สาม และร้านค้าตกลงที่จะไม่นำข้อมูลผู้ชำระเงินของบริษัทไปขาย ใช้เพื่อทำตนเป็นนายหน้า หรือเปิดเผยใดๆ ต่อบุคคลภายนอกทั้งส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ยกเว้นการปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย หากร้านค้าว่าจ้างบุคคลที่สามใดๆเพื่อวัตถุประสงดังกล่าว ร้านค้ารับรองว่าบุคคลภายนอกนั้นจะปฏิบัติตามข้อตกลงและมีมาตราการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ชำระเงินของบริษัทที่เหมาะสม หากข้อมูลผู้ชำระเงินของบริษัทส่วนใดถูกเก็บบันทึกโดยตรงโดยร้านค้าหรือบุคคลภายนอกที่ว่าจ้างโดยร้านค้าเพื่อส่งมอบสินค้า ร้านค้าจะทำให้แน่ใจว่าร้านค้าหรือบุคคลภายนอกที่ว่าจ้างโดยร้านค้ารักษานโยบายความเป็นส่วนตัว และปฏิบัติตามกฏหมายที่เกี่ยวข้อง

17. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

17.1. ร้านค้าตกลงและรับทราบว่าบริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของร้านค้าตามที่ได้ระบุไว้ใน  นโยบายคุ้มครองความเป็นส่วนตัว

17.2. ร้านค้ารับประกันว่าข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่ร้านค้าให้กับบริษัทนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด  โดยร้านค้าตกลงที่จะแจ้งให้ บริษัททราบถึงการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่จำเป็นสำหรับการทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวยังคงความเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

17.3. ในกรณีที่ร้านค้าให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นแก่บริษัท  ร้านค้ารับประกันว่าร้านค้าได้แจ้งให้บุคคลนั้นทราบเกี่ยวกับบริการของบริษัท และการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านทางนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้องของบริษัทแล้วก่อนที่จะส่งข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเหล่านั้นให้บริษัท  และร้านค้ารับประกันว่าร้านค้าได้รับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวสำหรับการบริการของบริษัท และการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

17.4. ร้านค้ารับทราบว่าบริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นให้กับร้านค้าในระหว่างการใช้บริการของบริษัท ร้านค้ารับรองและรับประกันว่าร้านค้าจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ที่บริษัทเปิดเผยให้ร้านค้าทราบเท่านั้น และไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่ได้รับอนุญาต

18. ทรัพย์สินทางปัญญา

บรรดาข้อมูล ซอฟต์แวร์ รหัสต้นฉบับ (Source Code) รูปลักษณ์ (Interface) โลโก้ เครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า ฐานข้อมูล และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดที่ปรากฏหรือเกี่ยวข้องกับเครื่องรับชำระเงิน และบริการระบบเครื่องรับชำระเงิน (เว้นแต่ข้อมูลหรือรูปภาพของร้านค้าที่นำเข้าหรือเผยแพร่ผ่านระบบด้วยตนเอง) เป็นทรัพย์สินทางปัญญาโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (หรือกลุ่มบริษัทของบริษัท) แต่เพียงผู้เดียว ห้ามมิให้ร้านค้า คัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ วิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineering) หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าว ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท

19. การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อตกลงและเงื่อนไข

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อตกลงและเงื่อนไขใดๆ ในบริการนี้ได้ตามที่เห็นสมควร โดยจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด ร้านค้าตกลงว่าการอ่านข้อตกลงและเงื่อนไขอย่างสม่ำเสมอถือเป็นความรับผิดชอบของร้านค้าเอง หากมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อตกลงและเงื่อนไขใดๆ หลังจากที่ร้านค้าได้เข้าร่วมโครงการ ให้ถือว่าร้านค้าตกลงให้ความยินยอมและยอมรับในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

20. การจำกัดความรับผิด

ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต ไม่ว่าในกรณีใด ๆ บริษัทจะไม่รับผิดต่อความเสียหายทางอ้อม ความเสียหายพิเศษ ความเสียหายเชิงลงโทษ ความเสียหายที่เกิดจากการสูญเสียกำไร รายได้ โอกาสทางธุรกิจ ชื่อเสียง หรือข้อมูล ไม่ว่าความเสียหายดังกล่าวจะเกิดขึ้นจากการผิดสัญญา การละเมิด หรือเหตุทางกฎหมายอื่นใด และไม่ว่าบริษัทจะได้รับแจ้งถึงความเป็นไปได้ของความเสียหายดังกล่าวแล้วหรือไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต ความรับผิดรวมสูงสุดของบริษัท อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับข้อกำหนดฉบับนี้ ไม่ว่าโดยฐานสัญญา ละเมิด หรือฐานความรับผิดอื่นใด ให้จำกัดไม่เกินจำนวนมูลค่าค่าบริการตามที่ร้านค้าได้ชำระให้แก่บริษัทจริงในรอบ 12 (สิบสอง) เดือนก่อนวันที่เกิดเหตุที่ก่อให้เกิดความรับผิดดังกล่าว

21. ข้อสัญญาแยกส่วนได้

ในกรณีที่ข้อความใดในข้อกำหนดฉบับนี้ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย ให้ถือว่าข้อความส่วนที่เหลือของข้อกำหนดนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และสามารถบังคับใช้ได้แยกต่างหากจากส่วนที่เป็นโมฆะนั้น และให้คู่สัญญายังคงมีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดส่วนที่เหลือทุกประการ

22. กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท

หากเกิดข้อพิพาทใดจากข้อกำหนดฉบับนี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงใช้กฎหมายไทยในการระงับข้อพิพาท

เอกสารแนบท้าย 1: ข้อตกลง และเงื่อนไขการใช้งานเครื่องรับชำระเงิน

  1. การใช้เครื่องรับชำระเงิน

ในระหว่างระยะเวลาที่ข้อกำหนดฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ร้านค้าตกลงปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1.1 ร้านค้าตกลงว่าจะนำเครื่องรับชำระเงินไปใช้และเก็บรักษาไว้ที่ที่อยู่ของร้านค้าซึ่งระบุไว้ในในเอกสารส่วนที่ 1 (แบบฟอร์มสมัครใช้บริการเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ EDC (Subscription) และจะไม่เปลี่ยนแปลง แก้ไข หมายเลขประจำเครื่อง หรือเครื่องหมาย อื่นๆ ของเครื่องรับชำระเงิน หรือไม่ทำให้สิ่งดังกล่าวต้องลบเลือนไป

1.2 ร้านค้าสัญญาว่าจะครอบครอง ดูแล เก็บรักษาเครื่องรับชำระเงิน ไว้ในที่ปลอดภัย และจะบำรุงรักษาซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมใช้งานได้ตามปกติเสมอ และจะใช้เครื่องรับชำระเงิน ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างดี เพื่อมิให้เกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายแก่เครื่องรับชำระเงิน ทั้งนี้ คำว่าเครื่องรับชำระเงิน มีสภาพผิดปกติ ได้แก่ ไหม้, แตก, หัก, บิ่น, งอ, ยุบ, เบี้ยว, ร้าว, ทะลุ หรือ มีรอยขูดถลอก เป็นต้น

1.3 ร้านค้าต้องใช้งานเครื่องรับชำระเงิน ร่วมกับระบบเครื่องรับชำระเงินของบริษัทเท่านั้น ห้ามใช้งานเครื่องรับชำระเงินร่วมกับผู้ให้บริการเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทอื่นและแอปพลิเคชันเพื่อความบันเทิงแอปพลิเคชันอื่นใดโดยปราศจากความยินยอมของบริษัท หากพบการกระทำดังกล่าว บริษัทสงวนสิทธิ์ในการระงับการใช้งานแอปพลิเคชันอื่นบนเครื่องรับชำระเงินทันที

1.4 ร้านค้าจะไม่นำเครื่องรับชำระเงิน ไปจำหน่าย จำนำ โอน ให้เช่า หรือให้ยืม รวมถึงให้ผู้อื่น(รวมถึงสาขาอื่นของร้านค้า) ครอบครอง ใช้ หรือนำไปไว้ที่อื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 1.1 เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร

1.5 ร้านค้าจะต้องไม่นำเครื่องรับชำระเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือแตกต่างจากวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ หรือไปใช้ในทางผิดกฎหมาย หรือทำการใดๆที่เข้าข่ายพฤติกรรมทุจริตหรือฉ้อโกง  มิฉะนั้น บริษัทมีสิทธิ์บอกเลิกข้อกำหนดฉบับนี้ และเรียกค่าเสียหายที่เกิดจากการกระทำของร้านค้า

1.6 ร้านค้ายินยอมให้บริษัทหรือตัวแทนของบริษัทเข้าตรวจเช็คสภาพเครื่องรับชำระเงิน ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ร้านค้าทราบล่วงหน้า ถ้าบริษัทหรือตัวแทนของบริษัทมีความเห็นว่าเครื่องรับชำระเงิน มีสภาพชำรุด อาจเป็นอันตราย หรือเสียหาย บริษัท หรือตัวแทน บริษัทจะแจ้งให้ร้านค้าทำการแก้ไข ซ่อมแซม หรือชดใช้ค่าเสียหาย  ซึ่งร้านค้าจะต้องรีบดำเนินการตามที่ บริษัทหรือตัวแทนบริษัทแจ้งให้ร้านค้าทราบทันที โดยร้านค้าจะต้องออกค่าใช้จ่ายดังกล่าวทั้งหมดด้วยตัวเอง โดยหากไม่ดำเนินการตามที่แจ้งและมีความเสียหายเกิดขึ้น หรืออาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ร้านค้าจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในความเสียหายทั้งหมด

2. การเกิดความเสียหายหรือสูญหายแก่เครื่องรับชำระเงิน

2.1 ร้านค้ามีหน้าที่ต้องดูแลเครื่องรับชำระเงิน เสมือนเป็นทรัพย์สินของตนเอง กรณีเครื่องรับชำระเงิน ถูกโจรกรรมหรือสูญหาย เกิดอุบัติเหตุ บุบสลาย ถูกทำลาย ถูกทำให้เสียหาย ถูกยึดหรืออายัด ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ร้านค้าจะต้องแจ้งให้ บริษัททราบทันที และร้านค้าตกลงว่าจะติดตาม ฟ้องร้อง ชดใช้ และซ่อมแซม เพื่อให้เครื่องรับชำระเงิน กลับคืนสภาพเดิม ไม่ว่าความสูญหาย หรือเสียหายนั้นจะเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของร้านค้าหรือบุคคลอื่นก็ตาม นอกจากนี้ ร้านค้าตกลงที่จะชำระค่าบริการที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ข้อกำหนดนี้ยังมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้หาก บริษัทได้ออกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องไปก่อน ร้านค้าจะต้องชดใช้คืนให้แก่บริษัทจนครบจำนวน

2.2 ร้านค้าจะต้องรับผิดชอบ ในกรณีที่เครื่องรับชำระเงิน ได้รับความเสียหายอันเกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกต้อง เช่น  เปียกน้ำ, รอยคราบสนิม, คราบออกไซด์, คราบน้ำ, คราบน้ำมัน รวมไปถึงความเสียหายอันเกิดจากมดและหรือแมลง โดย บริษัทจะเป็นฝ่ายแจ้งประเมินค่าเสียหายตามความเป็นจริงแก่ร้านค้า

2.3 กรณีที่พบว่าเครื่องรับชำระเงิน สกปรกหรือมีแมลงทำรัง  บริษัทจะเก็บค่าบริการทำความสะอาด เครื่องละ 500 บาท กรณี Adapter สายไฟขาด หรือมีร่องรอย แทะ แกะ หรือชำรุด ทางบริษัทจะเก็บค่าอุปกรณ์ จำนวน 1,000 บาท ต่อความเสียหาย 1 ครั้ง ทั้งนี้ค่าเสียหายดังกล่าวอาจปรับเปลี่ยนตามที่บริษัทกำหนด

3. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการส่งซ่อมเครื่องรับชำระเงิน

3.1 กรณีที่เครื่องรับชำระเงิน เกิดปัญหา Wongnai จะให้บริการส่งมอบเครื่องรับชำระเงิน สำรองให้แก่ร้านค้า เพื่อใช้งานระหว่างการส่งซ่อม โดย บริษัท จะไม่คิดค่าใช้จ่าย ค่าตรวจ  ค่าซ่อม และค่าอุปกรณ์สำรองที่ให้ร้านค้าใช้ระหว่างที่มีการส่งซ่อม ทั้งนี้ ร้านค้าจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับค่าอุปกรณ์และอะไหล่ ชิ้นส่วน หรือ อุปกรณ์ภายในและภายนอกที่จำเป็นสำหรับการซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องชำระเงินหรือ ชิ้นส่วนสูญหาย และ ร้านมีหน้าที่ส่งเครื่องรับชำระเงิน สำรองที่ยืมใช้ กลับมายัง บริษัท ด้วยตนเอง ในกรณีที่ บริษัท ให้บริการเก็บอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อส่งซ่อม บริษัท มีสิทธิเรียกเก็บค่าดำเนินการ 500 บาท ต่อครั้ง

  ทั้งนี้ ร้านค้ามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อเครื่องรับชำระเงิน สำรองเช่นเดียวกับเครื่องรับชำระเงิน ตามข้อกำหนดฉบับนี้ทุกประการ

3.2 ร้านค้าจะต้องรับผิดชอบค่าส่งเครื่องรับชำระเงิน เข้าศูนย์บริการเพื่อซ่อมแซมด้วยตนเอง ในกรณีที่ บริษัทให้บริการเก็บอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อส่งซ่อม บริษัทมีสิทธิเรียกเก็บค่าดำเนินการ 1,000 บาท ต่อครั้ง

เอกสารแนบท้าย 2 : ตารางค่าบริการ

เอกสารแนบท้าย 3 : ยอดใช้บริการขั้นต่ำ

1. ร้านค้าอาจเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดกับบริษัทได้ โดยบริษัทจะไม่คิดค่าบริการรายเดือนของเดือนนั้นๆ หากร้านค้ามียอดใช้บริการรับชำระเงินผ่านประเภทเครื่องรับชำระเงินที่ระบุถึงเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด ตามตารางดังต่อไปนี้

โดยร้านค้าจะต้องมียอดใช้บริการขั้นต่ำผ่านช่องทางการชำระเงินดังต่อไปนี้

ก. LINE Pay

ข. บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต

ค. AliPay

ง​. AliPay+

จ. WeChat Pay

ฉ. TrueMoney Wallet

ช. รายการผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต

ทั้งนี้ บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงช่องทางการรับชำระเงินได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยมิต้องแจ้งให้ร้านค้าทราบล่วงหน้า

2. บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยมิต้องแจ้งให้ร้านค้าทราบล่วงหน้า