
ตั้งราคาเมนูอาหารด้วย The Decoy Effect หรือกลยุทธ์ "ตัวล่อ" ที่ช่วยเพิ่มยอดขายต่อหัว ดันเซตคุ้มค่าที่กำไรดีที่สุดให้ออกไวขึ้น โดยลูกค้าไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเวลาสั่งอาหารหรือเครื่องดื่ม ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะจบลงด้วยการเลือกสั่ง "เซตที่แพงที่สุด" ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจจะประหยัด?
คำตอบไม่ได้อยู่ที่รสชาติ หรือความหิว แต่มันคือจิตวิทยาการตั้งราคาที่เรียกว่า The Decoy Effect หรือ "กลยุทธ์ตัวล่อ" (เมนูที่ 3) ซึ่งเป็นเครื่องมือเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อหัว (Average Ticket Size) ที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับธุรกิจร้านอาหาร

คือกลยุทธ์การเพิ่ม "ตัวเลือกที่สาม" เข้ามาในเมนู โดยไม่ได้ตั้งใจจะขายตัวเลือกนี้จริงๆ แต่ใส่เข้ามาเพื่อ "เบี่ยงเบนความคิด" ของลูกค้า ให้รู้สึกว่าตัวเลือกที่เราต้องการขายจริง (ซึ่งมักจะเป็นตัวเลือกที่ราคาสูงที่สุด) กลายเป็นตัวเลือกที่ "คุ้มค่าที่สุด" ทันที ยกตัวอย่างเช่น
การใช้ Decoy Effect ไม่ใช่การหลอกลวงลูกค้า แต่คือการช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และรู้สึกว่าพวกเขาเป็นผู้ชนะที่ได้เลือกสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุดด้วยตัวเอง
สำหรับร้านค้าบนแอป LINE MAN การใช้กลยุทธ์ Decoy Effect จะง่ายและคุ้มค่าขึ้นอีกขั้น ด้วยโปรโมชั่นจับคู่สุดพิเศษร่วมกับ "โค้ก"
เพียงแค่เจ้าของร้าน จัดเซตเมนูอาหารในร้านคู่กับเครื่องดื่ม "โค้ก" นอกจากจะเป็นการทำกลยุทธ์ Loss Leader ช่วยดึงดูดลูกค้าและกระตุ้นยอดขายให้โตขึ้นแล้ว ลูกค้ายังมีโอกาสได้รับคูปองส่วนลดพิเศษเพื่อตัดสินใจสั่งง่ายขึ้น ที่สำคัญ ร้านค้าที่เข้าร่วมจับคู่เซตเมนูโค้ก จะได้รับ "เครดิตโฆษณาฟรี" ไปใช้ดันร้านให้คนเห็นเยอะขึ้นทันที
เรียกได้ว่าได้ทั้งเรียกลูกค้าใหม่ เพิ่มยอดขายออเดอร์เดิม และยังได้ดันร้านให้ปังด้วยเครดิตโฆษณาฟรีไปพร้อมกัน สามารถเข้าไปจัดเซตเมนูคู่ "โค้ก" เพื่อรับสิทธิ์ได้แล้ววันนี้
Q: กลยุทธ์ "เมนูที่ 3" ใช้ได้กับทุกประเภทอาหารและทุกขนาดร้านหรือไม่?
A: ใช้ได้กับเกือบทุกประเภท โดยเฉพาะร้านที่มีสินค้าหลายขนาด (S/M/L) หรือร้านที่มีเมนู Side Dishes และเครื่องดื่ม แต่จะเห็นผลดีที่สุดกับร้านที่มีฐานลูกค้าตัดสินใจเร็ว เช่น Fast Food ร้านชาไข่มุก/กาแฟ ร้านอาหารจานเดียว หรือร้านที่มีระบบสั่งผ่าน Delivery
Q: ถ้าใส่ตัวล่อไปแล้ว แต่ลูกค้ายังสั่งเซตถูกที่สุด (ไซซ์ S) อยู่ดี ควรแก้เกมยังไง?
A: เกิดได้จาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ
1. ช่องว่างราคายังห่างเกินไป: ราคาของไซซ์ L อาจจะสูงเกินงบในใจของลูกค้ากลุ่มนั้น
2. Value ของเซตใหญ่ยังไม่ดึงดูดพอ: ต้องปรับให้เซต L ได้ของที่เห็นภาพความต่างชัดเจน เช่น ได้เครื่องดื่มหรือของแถมที่คุ้มค่า
Q: ควรมีเมนูตัวล่อกี่รายการใน 1 เล่มเมนู ถึงจะไม่ดูเยอะเกินไปจนลูกค้าสับสน?
A: ไม่ควรใช้กับทุกเมนูในร้าน ให้เลือกเฉพาะเมนูขายดีประจำร้าน (Hero Products) หรือเมนูที่ต้องการดันยอดขาย 2-3 รายการก็พอ เพราะถ้าใส่ตัวล่อทุกหน้า เมนูจะดูซับซ้อนเกินไป (Choice Overload) และทำให้ลูกค้าใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้นแทน
อยากให้ร้านของคุณปังสุด ๆ ต้องร่วมแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่าไปกับ “โค้ก” เพิ่มยอดขายง่าย ๆ ด้วยการ จัดโปรโมชั่นในเวลาทอง พร้อมเพิ่ม “โค้ก” เข้าไปในเซต เพื่อเพิ่มความสดชื่นในมื้ออาหาร และกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น การันตีว่าลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยเพิ่มกำไรให้ร้านคุณเติบโตไปอย่างมั่นคง!
สำหรับร้านค้าที่สนใจแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่ากับ “โค้ก” สามารถสมัคร และดูรายละเอียด คลิกที่นี่
เพิ่มเมนูลัดคู่ "โค้ก" บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกที่นี่
สร้างโปรโมชั่นคู่ "โค้ก" เพื่อเข้าร่วมแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่ากับ “โค้ก" บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกเลย