.png)
แก้ถูกจุด ปลุกยอดขายให้ร้านปัง
เปิดร้านมาสักพักแต่ยอดไม่ขึ้นสักที บางวันออร์เดอร์ก็เงียบ บางช่วงจากที่เคยขายดี ลูกค้าก็หายไปดื้อ ๆ หลายร้านเลือกลดราคาลงทันที แต่นั่นอาจเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง และอาจส่งผลเสียได้ในระยะยาว วันนี้ LINE MAN จะพาไปเจาะลึกว่า "ยอดเงียบ" เกิดจากอะไรกันแน่ พร้อมวิธีแก้ที่ตรงจุดและนำไปใช้ได้จริงในร้านของคุณ

ก่อนจะแก้ ต้องเข้าใจก่อนว่าปัญหามาจากไหน เพราะยอดเงียบไม่ได้มีสาเหตุเดียว และการรักษาผิดโรคอาจทำให้เสียทั้งเวลา และต้นทุนไปเปล่า ๆ
1. ลูกค้าหาร้านไม่เจอ
อัลกอริทึมของ LINE MAN จะแสดงร้านที่มีคะแนนดี รับออร์เดอร์สม่ำเสมอ และมีกิจกรรมในระบบก่อน ถ้าร้านเงียบนาน ระบบก็จะยิ่งแสดงผลน้อยลง กลายเป็นวงจรที่แก้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
2. รูปเมนูไม่ดึงดูด
ลูกค้าบนแพลตฟอร์ม Delivery ตัดสินใจด้วยสายตาในเสี้ยววินาที ถ้ารูปเมนูมืด ไม่คมชัด หรือไม่สื่อถึงรสชาติ โอกาสที่ลูกค้าจะเลื่อนผ่านโดยไม่คลิกมีสูงมาก
3. ราคาไม่สอดคล้องกับมูลค่าที่ลูกค้ารับรู้
ลูกค้าไม่ได้มองแค่ตัวเลข แต่มองว่า "ได้อะไรบ้างในราคานี้" ถ้าราคาสูงกว่าร้านข้างเคียงแต่ไม่มีอะไรโดดเด่นไปกว่ากัน โอกาสที่ลูกค้าจะเลือกร้านอื่นก็สูงขึ้น
4. ไม่มีโปรโมชั่นหรือแรงจูงใจในการสั่ง
ในวันที่ลูกค้ายังไม่ได้หิวมาก หรือยังลังเลอยู่ โปรโมชั่นเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างส่วนลด หรือเซตราคาพิเศษ มักเป็นแรงกระตุ้นสุดท้ายที่ทำให้กดสั่ง
5. ช่วงเวลาขายไม่ตรงกับพฤติกรรมลูกค้า
บางร้านเปิดรับออร์เดอร์ไม่ตรงกับช่วง Peak Hour ของลูกค้า เช่น ปิดเร็วเกินไปในช่วงเย็น หรือเปิดไม่ตรงกับช่วงที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายต้องการ ก็ทำให้ร้านเงียบได้
พฤติกรรมของลูกค้าบนแพลตฟอร์ม Delivery เปลี่ยนไปเร็วมากในช่วงที่ผ่านมา มีสองเทรนด์ที่ส่งผลโดยตรงกับร้านค้าแบบที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ
ลูกค้าไวต่อ "ความคุ้มค่า" มากขึ้น ยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ลูกค้าไม่ได้มองแค่ว่าอาหารอร่อยไหม แต่มองถึงความคุ้มค่ากับเงินที่ยินดีจ่าย ร้านที่นำเสนอความคุ้มค่าได้ชัดเจนผ่านรูป ชื่อเมนู หรือราคาที่เป็นเซต จะได้เปรียบกว่าร้านที่ขายแบบจานเดี่ยวเสมอ
เซตคู่เครื่องดื่มมาแรง ออร์เดอร์ที่มีเครื่องดื่มรวมอยู่ด้วยมีมูลค่าต่อบิลสูงกว่าออร์เดอร์อาหารเดี่ยวอย่างเห็นได้ชัด เพราะลูกค้ารู้สึกว่ามื้ออาหารครบกว่า
ขั้นที่ 1 อัปเดตรูปเมนูใหม่
ลองถ่ายรูปอาหารใหม่ในแสงธรรมชาติหรือแสงสตูดิโอง่าย ๆ รูปที่ดีควรเห็นเนื้อสัมผัสของอาหาร มีสีสันสดใส สื่อถึงความอร่อย หรือความสดชื่น ลองเปลี่ยนรูปเมนูที่ขายดีก่อนเพียง 3-5 เมนู แล้วดูว่ามีอัตราการคลิก หรือการสั่งซื้อเปลี่ยนไปหรือไม่
ขั้นที่ 2 ตั้งโปรโมชั่นในช่วง Peak Hour
แทนที่จะลดราคาตลอดเวลา ให้โฟกัสที่ช่วงเวลาที่ลูกค้าออนไลน์มากที่สุด ได้แก่ 11.00–13.00 น. และ 17.00–19.00 น. โปรโมชั่นแบบ "นาทีทอง" จะสร้างความรู้สึกเร่งด่วน และกระตุ้นการตัดสินใจได้ดีกว่าส่วนลดแบบถาวร
ขั้นที่ 3 จัดเซตสุดคุ้ม
เมนูที่ขายดีที่สุดในแพลตฟอร์ม Delivery มักเป็นเมนูที่ตัดสินใจง่าย ลองจัดเซตอาหาร + เครื่องดื่มในราคาที่รู้สึกว่าคุ้ม แทนที่จะให้ลูกค้าต้องเลือกเอง เพราะความลังเลคือศัตรูของการกดสั่ง
ขั้นที่ 4 ใช้โปรโมชั่นบน LINE MAN ให้เป็นประโยชน์
LINE MAN มีเครื่องมือโปรโมตหลายอย่างที่ร้านค้าใช้ฟรีหรือในราคาที่คุ้มค่า อย่างเช่น การตั้งส่วนลดเฉพาะออร์เดอร์แรก หรือการเข้าร่วมแคมเปญที่ LINE MAN จัดให้ ซึ่งช่วยดันการมองเห็นร้านในแอปได้โดยตรง
ขั้นที่ 5 เปิดรับออร์เดอร์ให้ตรงกับช่วงที่ลูกค้าหิว
ลองเปิดร้านก่อนเวลาอาหารกลางวัน 30 นาที และอย่าปิดเร็วเกินไปในช่วงเย็น ถ้าสามารถเปิดรับออร์เดอร์ในช่วง 20.00–22.00 น. ได้ จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ทำงานดึกหรืออยู่บ้านช่วงกลางคืนได้อีกกลุ่มหนึ่ง
ปัญหายอดเงียบในหลายร้านไม่ได้เกิดจากรสชาติหรือคุณภาพอาหาร แต่เกิดจากการที่ลูกค้า "ไม่มีเหตุผลพอที่จะสั่งวันนี้" และบางครั้งสิ่งที่ขาดไปในมื้ออาหารนั้นอาจเป็นแค่เครื่องดื่มเย็น ๆ ซักขวด ที่ทำให้ทุกอย่างรู้สึกครบ และคุ้มค่าขึ้น
อยากให้ร้านของคุณปังสุด ๆ ต้องร่วมแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่าไปกับ “โค้ก” เพิ่มยอดขายง่าย ๆ ด้วยการ จัดโปรโมชั่นในเวลาทอง พร้อมเพิ่ม “โค้ก” เข้าไปในเซต เพื่อเพิ่มความสดชื่นในมื้ออาหาร และกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น การันตีว่าลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยเพิ่มกำไรให้ร้านคุณเติบโตไปอย่างมั่นคง!
สำหรับร้านค้าที่สนใจแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่ากับ “โค้ก” สามารถสมัคร และดูรายละเอียด คลิกที่นี่
เพิ่มเมนูลัดคู่ "โค้ก" บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกที่นี่
สร้างโปรโมชั่นคู่ "โค้ก" เพื่อเข้าร่วมแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่ากับ “โค้ก" บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกเลย