
รู้จัก Menu Engineering การจัดกลุ่มเมนูขายดี เพิ่มกำไรบนแอปเดลิเวอรี
เมนูบนแอปเดลิเวอรีมีหลายสิบรายการ แต่รู้ไหมว่า เมนูที่ขายดีที่สุด อาจไม่ใช่เมนูที่ทำกำไรดีที่สุด ขณะเดียวกันบางเมนูกำไรดีมาก แต่กลับไม่มีใครกดสั่ง
นี่คือเหตุผลที่เจ้าของร้านควรรู้จัก Menu Engineering หรือเทคนิควิเคราะห์เมนูจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ “ความนิยม” และ “ความสามารถในการทำกำไร” แล้วนำข้อมูลมาช่วยตัดสินใจว่าเมนูไหนควรดัน เมนูไหนควรปรับ และเมนูไหนควรลดความสำคัญ ซึ่งหลักการคลาสสิกจะแบ่งเมนูออกเป็น Stars, Horses, Puzzles และ Dogs
วันนี้ LINE MAN พามาดู 4 กลุ่มเมนู พร้อมเทคนิคจัดหน้าเมนูบนแอปเดลิเวอรีให้ช่วยดันทั้งยอดขายและกำไรของร้าน

Star คือเมนูที่ทั้งขายดีและสร้างกำไรให้ร้านสูง ถือเป็น “ตัวทำเงิน” ที่ควรรักษาและโปรโมตให้มากที่สุด
ตัวอย่างเช่น กะเพราหมูกรอบ ขาย 200 จานต่อเดือน และมีกำไรต่อจานสูง เมนูนี้ควรได้รับพื้นที่เด่นบนหน้าร้าน
เทคนิคดันยอด
เมนูกลุ่มนี้ลูกค้าชอบและสั่งบ่อย แต่เมื่อหักต้นทุนแล้วร้านเหลือกำไรไม่มาก เช่น เมนูที่ใช้วัตถุดิบราคาแพง หรือขายในราคาต่ำเกินไป
ไม่จำเป็นต้องรีบตัดออกจากร้าน เพราะเป็นเมนูที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว ควรลองปรับ ราคา ปริมาณ ต้นทุน หรือจับคู่กับสินค้าที่ช่วยเพิ่ม Margin ก่อน
ตัวอย่าง
เดิม: ข้าวหมูทอด 79 บาท
ปรับ: ข้าวหมูทอด + “โค้ก” เป็น Combo Set 99 บาท
หรืออาจลองลดของเสีย ควบคุม Portion และเช็กราคาวัตถุดิบใหม่ เพื่อช่วยให้เมนูขายดีตัวเดิมสร้างกำไรได้มากขึ้น
Puzzle คือเมนูที่กำไรต่อจานดี แต่ยอดสั่งต่ำ ปัญหาอาจไม่ใช่ตัวอาหาร แต่อาจเป็นเพราะลูกค้า มองไม่เห็น ไม่รู้ว่าเมนูคืออะไร หรือชื่อเมนูไม่น่าสนใจ
กลุ่มนี้จึงควรนำเทคนิค SEO บนแอปเดลิเวอรีมาใช้ร่วมด้วย เช่น ปรับชื่อให้บอกเมนูและจุดขายชัดขึ้น ซึ่งเป็นหลักเดียวกับบทความ SEO ก่อนหน้านี้ที่แนะนำให้ใส่ชื่ออาหาร วัตถุดิบ หรือจุดเด่นให้ตรงกับ Search Intent ของลูกค้า
ตัวอย่าง
เดิม: Signature No.1
ใหม่: ข้าวผัดมันกุ้ง - กุ้งสดพริกเกลือ
นอกจากนี้ ลองเปลี่ยนภาพ เพิ่มคำอธิบาย หรือจัดเมนูให้อยู่ในหมวดที่เห็นง่ายขึ้น เพราะ Puzzle คือกลุ่มที่มีโอกาสพัฒนาให้กลายเป็น Star ได้หากเพิ่มยอดสั่งสำเร็จ
เมนูที่ทั้งยอดสั่งต่ำและกำไรน้อย อาจกินพื้นที่หน้าเมนู เพิ่มวัตถุดิบที่ต้องสต๊อก และทำให้การจัดการหลังร้านซับซ้อนโดยไม่สร้างรายได้มากพอ
ลองเช็กก่อนว่าเมนูนี้สามารถ ปรับสูตร ลดต้นทุน เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนรูป หรือจัดโปรโมชั่น ให้ดีขึ้นได้หรือไม่ หากทดลองแล้วผลยังไม่ดี อาจพิจารณาลดความสำคัญหรือถอดออก เพื่อเปิดพื้นที่ให้เมนูที่ขายได้ดีกว่า
เจ้าของร้านไม่จำเป็นต้องใช้สูตรซับซ้อน เพียงเลือกช่วงเวลาที่ต้องการวิเคราะห์ เช่น ยอดขาย 30 วันที่ผ่านมา แล้วดูแต่ละเมนูจาก 2 เรื่องหลัก
1. ขายดีแค่ไหน?
ดูจำนวนออเดอร์ของแต่ละเมนู แล้วเปรียบเทียบกับเมนูอื่นในร้าน
2. เหลือเงินต่อจานเท่าไหร่?
เริ่มจากราคาขาย แล้วหักต้นทุนที่เกี่ยวข้อง เช่น วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนจากช่องทางเดลิเวอรี เพื่อให้เห็นภาพจริงมากกว่าดูแค่ราคาวัตถุดิบ โดยการประเมินเมนูเดลิเวอรีควรคำนึงถึงค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์มและ Packaging ด้วย
จากนั้นนำแต่ละเมนูไปจัดเป็น Star / Horse / Puzzle / Dog แล้วค่อยเลือก Action ที่เหมาะสม
จำง่าย ๆ ว่า
Star → ดัน
Horse → เพิ่มกำไร
Puzzle → เพิ่มการมองเห็น
Dog → ปรับหรือตัด
Menu Engineering จึงไม่ใช่แค่การจัดหน้าเมนูให้สวย แต่คือการใช้ข้อมูลช่วยเลือกให้ถูกว่า “ร้านควรขายอะไรให้มากขึ้น” เพราะบางครั้งการเพิ่มยอดขายอาจไม่ต้องเพิ่มเมนูใหม่เลย แค่ดันเมนูที่ใช่ให้ลูกค้าเห็นมากขึ้นก็ช่วยให้ร้านทำเงินได้ดีขึ้น
Q1 : Menu Engineering คืออะไร?
A1 : Menu Engineering คือการวิเคราะห์เมนูจากความนิยมและความสามารถในการทำกำไร เพื่อช่วยให้ร้านรู้ว่าเมนูไหนควรดัน ปรับราคา โปรโมต หรือลดความสำคัญ
Q2 : ร้านอาหารควรเริ่มทำ Menu Engineering อย่างไร?
A2 : เริ่มจากรวบรวมยอดขายของแต่ละเมนูในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น 30 วันที่ผ่านมา แล้วเปรียบเทียบจำนวนที่ขายได้กับเงินที่เหลือจากแต่ละเมนู ก่อนแบ่งเป็น Star, Horse, Puzzle และ Dog
Q3 : เมนูขายดีแต่กำไรน้อยควรถอดออกหรือไม่?
A3 : ไม่จำเป็น เพราะเมนูขายดีมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว ร้านสามารถลองปรับราคา ควบคุม Portion ลดต้นทุน หรือจัด Combo Set กับเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มยอดต่อออเดอร์ก่อน
Q4 : คำนวณกำไรเมนูเดลิเวอรีควรรวมค่า GP หรือไม่?
A4 : ควรรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการขายจริง เช่น ค่าวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่า GP หรือค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นว่าหลังขายหนึ่งออเดอร์ร้านเหลือเงินจริงประมาณเท่าไร
อยากให้ร้านของคุณปังสุด ๆ ต้องร่วมแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่าไปกับ “โค้ก” เพิ่มยอดขายง่าย ๆ ด้วยการ จัดโปรโมชั่นในเวลาทอง พร้อมเพิ่ม “โค้ก” เข้าไปในเซต เพื่อเพิ่มความสดชื่นในมื้ออาหาร และกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น การันตีว่าลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยเพิ่มกำไรให้ร้านคุณเติบโตไปอย่างมั่นคง!
สำหรับร้านค้าที่สนใจแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่ากับ “โค้ก” สามารถสมัคร และดูรายละเอียด คลิกที่นี่
เพิ่มเมนูลัดคู่ "โค้ก" บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกที่นี่
สร้างโปรโมชั่นคู่ "โค้ก" เพื่อเข้าร่วมแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่ากับ “โค้ก" บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกเลย