Loss Leader คืออะไร? กลยุทธ์ยอมลดกำไรบางตัว เพื่อกวาดกำไรรวมให้ร้านค้า

เผยเทคนิคทำ Loss Leader เรียกลูกค้าเดลิเวอรีให้สั่งซ้ำ! พร้อมโปรเด็ดจับคู่เมนูคู่ "โค้ก" ดันยอดขายพุ่ง แถมรับเครดิตโฆษณาฟรีทันที

เคยสงสัยไหมว่าทำไมร้านอาหารใหญ่ ๆ หรือแบรนด์ดัง มักจะมีเมนูราคาถูกพิเศษ หรือโปรโมชั่นที่ดูเหมือน "ไม่ได้อะไรเลย" ออกมาเรียกลูกค้าอยู่เสมอ?

คำตอบคือ พวกเขากำลังใช้ “กลยุทธ์ Loss Leader” หรือ “กลยุทธ์ขายสินค้าขาดทุนบางตัวเพื่อดึงลูกค้า” ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าไม้ตายทางการตลาดที่ทรงพลังที่สุดในการเพิ่มยอดขาย และสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้ร้านค้าอย่างต่อเนื่อง

ทำความเข้าใจ กลยุทธ์ Loss Leader ใน 1 นาที

Loss Leader คือการเสนอขายสินค้า หรือเมนูบางรายการในราคาที่ กำไรน้อยมาก หรือ ยอมขาดทุน เพื่อทำหน้าที่เป็น "แม่เหล็ก" ดึงดูดให้ลูกค้าตัดสินใจกดเข้ามาในร้าน แต่หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่สินค้าตัวนั้น เพราะเมื่อลูกค้าเข้ามาแล้ว พวกเขามักจะไม่สั่งแค่เมนูส่วนลดเพียงอย่างเดียว แต่จะกดสั่งเมนูอื่นที่ทำกำไรปกติ (Profit Maker) เพิ่มเติมไปด้วย

ตัวอย่าง

  • ห้างสรรพสินค้า: ขายไข่ไก่ถูกกว่าที่อื่น เพื่อดึงคนเข้าห้าง แล้วลูกค้าที่มาถึงห้างก็จะซื้อวัตถุดิบอื่น ๆ กลับบ้าน
  • ร้านอาหารเดลิเวอรี: ทำโปรโมชั่นเมนูเครื่องดื่มหรือเมนูกินเล่นในราคาพิเศษ เพื่อให้ลูกค้ากดสั่งคู่กับ "เมนูจานหลัก" ราคาปกติ

3 เหตุผลที่ร้านค้าเดลิเวอรีต้องเริ่มใช้ Loss Leader

  1. เปิดประตูการตัดสินใจ: ในแอปเดลิเวอรีที่มีร้านค้าเป็นพันเป็นหมื่น เมนู Loss Leader จะดึงดูดลูกค้าให้ตัดสินใจเลือกกินร้านของคุณ ด้วยการกดเมนูนั้นใส่ตะกร้า
  2. เพิ่มมูลค่าต่อออเดอร์ (Average Order Value): ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการความคุ้มค่า เมื่อเห็นเมนูดึงดูดใจ ก็มีแนวโน้มจะกดสั่งเมนูเพิ่มเพื่อทำยอดให้ไม่โดนค่า small order และเพื่อให้คุ้มค่าส่ง
  3. สร้างโอกาสให้เกิดการซื้อซ้ำ: เมื่อเปิดใจลองสั่งครั้งแรกเพราะโปรโมชั่น แล้วติดใจในรสชาติอาหารจานหลัก ครั้งต่อไปพวกเขาก็พร้อมกลับมาอุดหนุนอีก

เทคนิคการจัดเซต Loss Leader ให้กำไรไม่หาย

การทำ Loss Leader ไม่ใช่การตัดราคาจนร้านขาดทุนสะสม แต่คือการ "จับคู่สินค้า" อย่างมีชั้นเชิง

  • จับคู่เซตเมนูฮิต + "โค้ก": นำเมนูขายดีของร้าน มาจัดเซตคู่กับเครื่องดื่มที่เป็นที่รู้จักดี เช่น "โค้ก" เพิ่มมูลค่าต่อออเดอร์
  • ตั้งราคาเซตให้ดึงดูด: ให้ราคารวมของเซตดูคุ้มค่ากว่าสั่งแยก แต่ยังคงได้ Margin สูง
  • ใช้แรงหนุนจากแพลตฟอร์ม: ดึงสิทธิประโยชน์ คูปองส่วนลดจากแอปเดลิเวอรีมาช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้าอีกแรง เช่น ลูกค้าสั่งเซตเมนูคู่โค้ก รับคูปองส่วนลดทันที

ยิงปืนนัดเดียวได้สองเด้ง: เพิ่มยอดขายพร้อมรับเครดิตโฆษณาฟรี!

สำหรับร้านค้าบนแอป LINE MAN การใช้กลยุทธ์ Loss Leader จะง่ายและคุ้มค่าขึ้นอีกขั้น ด้วยโปรโมชั่นจับคู่สุดพิเศษร่วมกับ "โค้ก"

เพียงแค่เจ้าของร้าน จัดเซตเมนูอาหารในร้านคู่กับเครื่องดื่ม "โค้ก" นอกจากจะเป็นการทำกลยุทธ์ Loss Leader ช่วยดึงดูดลูกค้าและกระตุ้นยอดขายให้โตขึ้นแล้ว ลูกค้ายังมีโอกาสได้รับคูปองส่วนลดพิเศษเพื่อตัดสินใจสั่งง่ายขึ้น ที่สำคัญ ร้านค้าที่เข้าร่วมจับคู่เซตเมนูโค้ก จะได้รับ "เครดิตโฆษณาฟรี" ไปใช้ดันร้านให้คนเห็นเยอะขึ้นทันที

เรียกได้ว่าได้ทั้งเรียกลูกค้าใหม่ เพิ่มยอดขายออเดอร์เดิม และยังได้ดันร้านให้ปังด้วยเครดิตโฆษณาฟรีไปพร้อมกัน สามารถเข้าไปจัดเซตเมนูคู่ "โค้ก" เพื่อรับสิทธิ์ได้แล้ววันนี้

วิธีเข้าร่วมแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่ากับ "โค้ก" แบบจับมือทำ!

เพิ่มยอดขายพุ่งแรงกับความซ่าสดชื่นจาก ‘โค้ก’

อยากให้ร้านของคุณปังสุด ๆ ต้องร่วมแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่าไปกับ “โค้ก” เพิ่มยอดขายง่าย ๆ ด้วยการ จัดโปรโมชั่นในเวลาทอง พร้อมเพิ่ม “โค้ก” เข้าไปในเซต เพื่อเพิ่มความสดชื่นในมื้ออาหาร และกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น การันตีว่าลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยเพิ่มกำไรให้ร้านคุณเติบโตไปอย่างมั่นคง!

สิทธิพิเศษที่ทางร้านจะได้รับฟรี เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่ากับ “โค้ก”

  • คูปองส่วนลดค่าอาหารสำหรับลูกค้า
  • เครดิตโฆษณาสำหรับใช้โปรโมตบนแอปฯ LINE MAN 
  • พื้นที่สื่อโปรโมตในช่องทางต่าง ๆ จาก “Coca-Cola” LINE MAN และ Wongnai 
  • กรอบตกแต่งเซตเมนูอร่อยซ่ากับ “โค้ก” ให้ร้านค้านำไปใช้โปรโมต
  • กรอบโปรโมตแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่ากับ “โค้ก”‍

สำหรับร้านค้าที่สนใจแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่ากับ “โค้ก” สามารถสมัคร และดูรายละเอียด คลิกที่นี่

เพิ่มเมนูลัดคู่ "โค้ก" บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกที่นี่

สร้างโปรโมชั่นคู่ "โค้ก" เพื่อเข้าร่วมแคมเปญ มื้อพิเศษอร่อยซ่ากับ “โค้ก" บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกเลย

รวมคำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1 : ทีมงานมีการคัดเลือกร้านเข้าร่วมกิจกรรมอย่างไร?

A1: ระบบจะนำร้านที่สร้างเมนูขึ้นต้นว่า "[อร่อยซ่ากับโค้ก]" และมีเงื่อนไขตรงตามที่ได้กำหนดไว้มาเข้าร่วมกิจกรรม ในทุกๆ วันที่ 1, 11 และ 21 ของเดือน (หากตรงกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะนำขึ้นระบบในวันถัดไปแทน)‍

Q2 : ร้านจะทราบได้อย่างไรว่าเข้าร่วมกิจกรรมสำเร็จแล้ว?

A2: หากร้านของท่านทำตามเงื่อนไขอย่างครบถ้วน จะได้รับการข้อความแจ้งเตือนผ่าน Wongnai Merchant App (รูปกระดิ่งมุมขวา)‍

Q3: หากร้านต้องการเข้าร่วมต่อเนื่องในเดือนถัดๆ ไป ต้องสร้างเมนูใหม่ๆ เพิ่มหรือไม่?

A3 : ทางร้านสามารถเปิดขายเมนูเดิมได้ตลอดปี หรือหากต้องการเพิ่มเมนูเข้าร่วมแคมเปญก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน‍

Q4 : ร้านเข้าร่วมกิจกรรมได้ถึงเมื่อไหร่?

A4 : ร้านสามารถสร้างเมนูที่ขึ้นต้นว่า "[อร่อยซ่ากับโค้ก]" เพื่อร่วมกิจกรรมตลอดทั้งปี 2569