3 เทคนิคเปลี่ยนลูกค้าสิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส ให้กลายเป็นลูกค้าประจำ

ทำอย่างไรให้ลูกค้าจาก ไทยช่วยไทย พลัส กลับมาสั่งซ้ำ แม้หมดช่วงแคมเปญ? ชวนดู เทคนิคมัดใจลูกค้า วิธีวางโปรโมชันให้คุ้มต้นทุน เพิ่มโอกาสสร้างลูกค้าประจำ

ห้ามพลาดโอกาสทองในการดึงลูกค้าใหม่! โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ขยายระยะเวลาใช้สิทธิไปจนถึง 30 พฤศจิกายน 2569 เปิดโอกาสให้ร้านค้าได้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ และเพิ่มยอดขายจากช่วงแคมเปญมากขึ้น

แต่ ๆๆ หลังจากหมดช่วงใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ไปแล้วล่ะ? Wongnai For Business ชวนคุณมาดูเทคนิคมัดใจเปลี่ยนลูกค้าหน้าใหม่จาก ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ให้กลายเป็นลูกค้าประจำ พร้อมสร้างความประทับใจที่ทำให้ลูกค้าจดจำร้าน และอยากกลับมาซื้อซ้ำอีกครั้ง จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!

ทำไมคนใช้สิทธิของรัฐ ถึงกลายเป็นลูกค้าประจำได้ง่ายกว่าปกติ?

ปกติแล้ว พฤติกรรมของลูกค้าเดลิเวอรีมักจะตกอยู่ใน Safe Zone โดยมักกดสั่งเฉพาะร้านประจำที่คุ้นเคย หรือเมนูเดิม ๆ ที่ชัวร์ว่าอร่อย เพราะการกดสั่งร้านใหม่ลูกค้าต้องรับความเสี่ยงที่จะเจาร้านที่ไม่อร่อย ไม่คุ้มเงินสูง แต่แคมเปญ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) กำลังเข้ามาทำลายกำแพงความลังเลนั้นลงอย่างสิ้นเชิง!

หากเจ้าของร้านเข้าใจจิตวิทยาเบื้องหลังพฤติกรรมของลูกค้าในช่วงนี้ จะพบว่านี่คือโอกาสทองที่ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือด้วยเหตุผล 2 ข้อหลัก

1. กำแพงความเสี่ยงต่ำลง (Low Perceived Risk) 

เมื่อมีสิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) เข้ามาช่วยจ่าย ความรู้สึกเสี่ยงที่จะเสียเงินฟรีของลูกค้าจะลดลงทันทีจาก 100% เหลือเพียงครึ่งเดียว พฤติกรรมของคนจะเปลี่ยนจากสั่งเพื่อกันพลาด กลายเป็นสั่งเพื่อทดลองของใหม่ ลูกค้าจึงกล้าเปิดใจกดสั่งร้านที่ไม่เคยรู้จัก กล้าสั่งเมนูพรีเมียมราคาแพง หรือกล้าลองร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ในพื้นที่มากกว่าช่วงเวลาปกติ

2. ทฤษฎีความบัญชีในใจ (Mental Accounting Effect)

ในทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม สิทธิเงินสนับสนุนที่ได้รับถูกจัดหมวดหมู่ในใจลูกค้าว่าเป็น "เงินส้มหล่น" (Windfall Money) คือไม่ใช่เงินจากกระเป๋าตัวเองโดยตรง ส่งผลให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายกับการจับจ่ายมากขึ้น กล้ากดสั่งอาหารมื้อพิเศษ หรือยินดีกดเพิ่มออปชันเสริมอย่างของทานเล่น และเครื่องดื่มได้ง่ายขึ้นโดยไม่รู้สึกผิด

💡 สิ่งที่เจ้าของร้านต้องตระหนัก : แคมเปญ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการลดราคาแข่งกับคนอื่น แต่มันคือช่วงเวลาที่ "กำแพงในการเปิดใจของลูกค้าต่ำที่สุดในรอบปี"

หากร้านของคุณเปรียบเหมือนนักแสดง นี่คือช่วงเวลาที่สนามแข่งจัดไฟสปอตไลต์ส่องมาที่คุณ และมีผู้ชมพร้อมเปิดใจนั่งดูมากที่สุด สิ่งที่ร้านต้องทำไม่ใช่แค่ขายของเอาส่วนลด แต่คือการจัดเต็มเพื่อปล่อยของที่ดีที่สุด เพื่อเปลี่ยนความประทับใจแรกให้กลายเป็นความผูกพันในระยะยาว!

เปลี่ยนลูกค้า ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ให้เป็นลูกค้าประจำด้วย 3 เทคนิคนี้!

1. สร้าง First Impression ด้วยปริมาณที่ตรงปก คุณภาพที่ตรงใจ

  • รักษาปริมาณ และคุณภาพคงที่ แม้ออเดอร์จะแน่นหน้าร้าน หรือเป็นออเดอร์ที่ใช้ส่วนลด ก็ห้ามลดปริมาณ หรือลดสเปกวัตถุดิบเด็ดขาด เพราะลูกค้าเดลิเวอรีจะวัดความคุ้มค่าจากสิ่งที่เห็น หากสั่งครั้งแรกแล้วรู้สึกว่าได้น้อยไม่คุ้มราคา โอกาสที่เขาจะสั่งซ้ำรอบสองจะกลายเป็นศูนย์ทันที 
  • แพ็กเกจจิงแน่นหนา ปลอดภัย เลือกใช้ภาชนะที่ไม่ทำให้อาหารเซ็ง หรือชื้น แยกน้ำซุป แยกเส้น หรือแยกน้ำแข็งให้ชัดเจน มีสติกเกอร์ปิดป้องกันอาหารหกระหว่างขนส่ง เพื่อให้เมนูถึงมือลูกค้าในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด
  • ใส่โน้ตความใส่ใจ ข้อความสั้น ๆ หรือการ์ดขอบคุณเล็ก ๆ แปะบนกล่อง เช่น "ขอบคุณที่อุดหนุนร้านเรานะคะ ทานให้อร่อยน้า" อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สร้างความรู้สึกเป็นกันเอง แสดงให้ลูกค้าเห็นถึงความใส่ใจที่แตกต่างจากร้านอื่น

2. แจกโค้ด หรือคูปองดักทาง ให้กลับมาสั่งซ้ำ

  • ใส่ Voucher / คูปองส่วนลดหน้าร้านไปในถุง แนบโบรชัวร์ หรือคูปองส่วนลดสำหรับสั่งซื้อครั้งถัดไป เช่น "ลดทันที 20 บาท เมื่อสั่งครั้งหน้า" หรือ "สะสมครบ 5 ออเดอร์ รับเมนูทานเล่นฟรี"
  • โปรโมตเมนูอื่นของร้านผ่านสื่อแนบ (Flyer Menu) พิมพ์ใบเมนูแนะนำของร้านใส่ลงไปในถุง เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นว่าร้านมีเมนูเด็ดอื่น ๆ อะไรอีกบ้างสำหรับมื้อหน้า
  • ใช้เครื่องมือการตลาดบน WMA กระตุ้น ตั้งค่าโปรโมชันส่วนลดสำหรับลูกค้าเก่า/สั่งซ้ำ บน Wongnai Merchant App เพื่อดึงคนที่เคยสั่งช่วงไทยช่วยไทยให้กลับมากดสั่งต่อได้ง่ายขึ้น

3. ใช้ Data หลังบ้าน วิเคราะห์ความชอบ แล้วจัดเซตเมนูคุ้ม

  • ดูรายงานยอดขายบน Wongnai Merchant App ตรวจสอบว่าช่วงแคมเปญ เมนูไหนคือ Top Seller ที่ลูกค้าสั่งคู่กับสิทธิไทยช่วยไทยมากที่สุด
  • ต่อยอดเป็นโปรโมชันติดดาวประจำร้าน นำเมนูยอดฮิตเหล่านั้นมาจัดเป็นเซตประหยัด หรือเมนูแนะนำประจำร้านบนหน้าแอป LINE MAN อย่างต่อเนื่อง แม้จะหมดช่วงแคมเปญแล้วก็ตาม
  • นำ Feedback มาปรับปรุงทันที คอยเช็กเรตติง และรีวิวที่ลูกค้าคอมเมนต์หลังใช้สิทธิไทยช่วยไทย หากมีจุดบกพร่องเรื่องรสชาติ หรือการแพ็ก ให้รีบปรับปรุง และตอบกลับรีวิวลูกค้าอย่างใส่ใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

คุมต้นทุนอย่างไร ให้กำไรไม่เข้าเนื้อ?

การแจกส่วนลด หรือแนบคูปองดักทางให้ลูกค้ากลับมาสั่งซ้ำเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าแจกแบบหลับตาแจก โดยไม่คำนวณต้นทุนให้ดี จากกลยุทธ์มัดใจอาจกลายเป็นขายดีจนขาดทุน ได้ง่าย ๆ หัวใจสำคัญของการทำโปรโมชันสั่งซ้ำ คือการคำนวณมูลค่าลูกค้าตลอดช่วงเวลาที่เป็นลูกค้า ควบคู่ไปกับ ต้นทุนวัตถุดิบ เพื่อให้ทุกบาทที่ลดไปเปลี่ยนกลับมาเป็นกำไรที่ยั่งยืน

เจ้าของร้านสามารถใช้ 2 ข้อนี้ เป็นแนวปฏิบัติในการวางโครงสร้างโปรโมชันให้รอดได้ ดังนี้

1. ตั้งราคาสั่งซื้อขั้นต่ำให้สอดคล้อง

อย่าแจกส่วนลดแบบไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำ เพราะจะทำให้เกิดออเดอร์ขนาดเล็กที่กำไรถูกกินจนหมด ให้ใช้ส่วนลดเป็นตัวดันยอดขายต่อออเดอร์แทน

  • ตัวอย่าง: หากปกติต้นทุนวัตถุดิบของร้านอยู่ที่ 35% และมียอดสั่งซื้อเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 100 บาท หากต้องการแจกคูปองส่วนลด 20 บาทสำหรับมื้อถัดไป ให้ตั้งเงื่อนไข "ลดทันที 20 บาท เมื่อสั่งซื้อขั้นต่ำ 150 บาทขึ้นไป"
  • ผลลัพธ์: ลูกค้าจะรู้สึกคุ้มค่า และพยายามกดสั่งอาหารเพิ่มขึ้น เช่น เพิ่มไข่ดาว เพิ่มเครื่องดื่ม หรือสั่งของทานเล่น เพื่อให้ถึงยอด 150 บาท ส่งผลให้ร้านได้ยอดขายต่อออเดอร์สูงขึ้น และมี Margin เหลือมากพอมาครอบคลุมส่วนลด 20 บาทนั้นได้อย่างสบาย ๆ

2. เลือกลด หรือแถมเฉพาะเมนูที่ Margin สูง

หลีกเลี่ยงการแจกส่วนลดตรง ๆ กับเมนูจานหลักที่มีต้นทุนวัตถุดิบสูง เช่น เมนูเนื้อสัตว์พรีเมียม อาหารทะเล แต่ให้เปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์แจกส่วนลด หรือแถมในกลุ่มเมนูที่มีต้นทุนต่ำ แต่ลูกค้ารู้สึกถึงมูลค่าสูง

  • เมนู Margin สูงที่แนะนำ
    • กลุ่มเครื่องดื่ม: ชานมเย็น, ชามะนาว, กาแฟโบราณ, หรือน้ำสมุนไพร
    • กลุ่มของทานเล่น: เกี๊ยวทอด, ถุงทอง, มันฝรั่งทอด, หรือขนมปังหน้าหมู
  • เปรียบเทียบ: การแถม "ชามะนาว 1 แก้ว (มูลค่าหน้าเมนู 35 บาท)" ร้านอาจมีต้นทุนจริงแค่ 5–7 บาทเท่านั้น แต่ความรู้สึกของลูกค้าคือได้ของแถมมูลค่าถึง 35 บาท! ซึ่งสร้าง Impression ความคุ้มค่าได้ดีกว่าการลดเงินสด 10–15 บาท แถมยังรักษา Margin ของเมนูจานหลักเอาไว้ได้ครบถ้วน

📚 ห้องเรียนร้านค้า Tips: สรุปสั้นๆ ให้จำง่าย "แจกโปรโมชันเพื่อ 'ดึง' ให้ลูกค้ากลับมา แต่อย่าแจกจน 'ดัน' กำไรตัวเองให้ติดลบ" ทุกคูปองที่ส่งออกไป ต้องถูกวางแผนมาแล้วว่า จะช่วยอัป Ticket Size ในมื้อถัดไป หรือช่วยระบายวัตถุดิบกลุ่ม High-Margin ของร้านเสมอ

บทสรุป

แคมเปญ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลูกค้าหน้าใหม่รู้จักร้าน แต่ความประทับใจคือสิ่งที่จะทำให้พวกเขากลับมาเป็นลูกค้าประจำ ร้านค้าจึงควรใช้ช่วงเวลาที่ลูกค้าเปิดใจลองร้านใหม่มากขึ้น สร้างประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่ออเดอร์แรก ทั้งคุณภาพอาหาร ความคุ้มค่า การแพ็กสินค้า และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ จากนั้นต่อยอดด้วยการกระตุ้นให้เกิดการสั่งซ้ำ ผ่านคูปอง เมนูแนะนำ หรือโปรโมชันที่ออกแบบให้เหมาะกับพฤติกรรมของลูกค้า พร้อมใช้ข้อมูลยอดขาย และ Feedback มาช่วยวางแผนปรับเมนู และโปรโมชันให้ตรงใจมากขึ้น

การทำโปรโมชันเพื่อมัดใจลูกค้าไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยกำไรที่ลดลง หากร้านรู้จักคุมต้นทุน ตั้งยอดสั่งซื้อขั้นต่ำ และเลือกใช้ส่วนลด หรือของแถมกับเมนูที่มี Margin เหมาะสม เพราะเป้าหมายของการเข้าร่วมแคมเปญไม่ได้จบแค่การขายได้ในช่วงที่มีสิทธิ แต่คือการเปลี่ยนลูกค้าหน้าใหม่ให้กลายเป็นลูกค้าประจำที่กลับมาสั่งซ้ำได้ในระยะยาว

ดังนั้น อย่าปล่อยให้โอกาสจาก ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) จบลงพร้อมกับช่วงเวลาของแคมเปญ ใช้ทุกออเดอร์เป็นโอกาสสร้างความประทับใจ เก็บข้อมูล และต่อยอดความสัมพันธ์กับลูกค้าให้กลับมาอุดหนุนร้านของคุณอีกครั้ง

ลงทะเบียนยืนยันรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) สำหรับร้านค้า* ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569 ผ่านแอปฯ ถุงเงิน

*ร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีสิทธิเข้าร่วม โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ซึ่งต้องมีคุณสมบัติตามที่ภาครัฐกำหนดเท่านั้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ไทยช่วยไทยพลัส

บทความแนะนำเพิ่มเติม