4 เทรนด์ผู้บริโภคฉบับปี 2025 ที่ร้านอาหารต้องรู้

รู้ใจลูกค้า เตรียมร้านให้พร้อม ปรับตัวทันตามกระแส

          ในยุคนี้ กระแสความชอบมาไวไปไวกันอย่างมาก ยิ่งหัวใจหลักของร้านอาหารคือ ‘ลูกค้า’ ร้านค้ายิ่งต้องทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อให้รู้จักกับลูกค้าของเรามากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่า ยิ่งเข้าใจเท่าไร ก็จะยิ่งตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้นเท่านั้น

          วันนี้ LINE MAN จึงสรุปมาให้แล้ว กับ 4 เทรนด์ผู้บริโภคที่น่าสนใจ ฉบับปี 2025 จะมีอะไรกันบ้าง ลูกค้าในช่วงนี้ชอบร้านแบบไหน มาดูกันเลย !

4 เทรนด์ผู้บริโภคปี 2025

1. ประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalized Experience)

          ผู้บริโภคในยุคนี้ไม่ได้ต้องการแค่ “อาหารที่อร่อย” แต่ยังต้องการ “ประสบการณ์ที่เหมาะกับตัวเอง” ประสบการณ์ที่ดีจะช่วยให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ โดยร้านต้องเข้าใจธรรมชาติของลูกค้า แล้วให้บริการอย่างตรงจุด เพื่อสร้างประสบการณ์ส่วนบุคคล เช่น เมนูอาหารที่สามารถปรับแต่งเมนูได้ตามใจ หรือการให้บริการที่ตรงใจลูกค้าแต่ละคน อาจเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การเขียนชื่อลูกค้าลงในกระดาษโน๊ตแล้วแนบไปกับออเดอร์ หรือการใช้ระบบสมาชิกเพื่อเสนอโปรโมชั่นที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย

ตัวอย่าง

  • วิเคราะห์พฤติกรรมการสั่งอาหารของลูกค้า และแนะนำเมนูที่ลูกค้าถูกใจ
  • ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งส่วนผสมของอาหารเองได้ เช่น ปรับระดับความเผ็ด ปรับเพิ่ม-ลดปริมาณข้าว หรือเลือกวัตถุดิบที่ต้องการ
  • ระบบสะสมแต้มที่มอบรางวัล หรือสิทธิพิเศษเฉพาะบุคคล เช่น ลดพิเศษ 10% ในเดือนเกิด

2. คิดเร็ว ทำเร็ว ทันกระแส (Fast & Trendy)

          ปัจจุบันโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการเลือกของผู้บริโภคมากขึ้น ร้านอาหารต้องรู้จักปรับตัวให้ทันตามกระแสอย่างรวดเร็ว การมีเมนูใหม่ ๆ ที่เป็นไวรัลบนโซเชียล หรือการจัดโปรโมชั่นตามเทศกาล จะยิ่งช่วยดึงดูดลูกค้า และสร้างการจดจำบนโลกออนไลน์มากขึ้น ทำให้ลูกค้ายิ่งรู้จักร้าน และนำไปสู่การเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้นอีกนั่นเอง

ตัวอย่าง

  • ออกเมนูพิเศษตามเทศกาล หรือเมนูที่กำลังไวรัล เช่น ช็อกโกแลตดูไบ เครื่องดื่มมัทฉะ หรือเมนูอาหารที่มาพร้อมเทรนด์สุขภาพ
  • ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียที่เป็นกระแสอย่าง TikTok หรือ Instagram เพื่อสร้างไวรัลคอนเทนต์ เช่น แชร์สูตรลับเมนูยอดฮิตประจำร้าน
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารในวงการอาหาร อย่างเช่น #FoodTrends เป็นประจำ และพร้อมปรับเมนูให้เข้ากับความนิยมของตลาด

3. Omnichannel เชื่อมโยงทุกช่องทางเข้าด้วยกัน

          ระบบ Omnichannel เป็นการเชื่อมโยงทุกช่องทางการขาย และการสื่อสารให้ลูกค้าได้รับ รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่น และสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะสั่งอาหารผ่านแอปฯ เดลิเวอรี เว็บไซต์ อีเมล หรือการลิงก์ไปที่หน้าร้านบนแอปฯ เดลิเวอรี 

          ซึ่งในยุคดิจิทัลแบบนี้ ใคร ๆ ก็ใช้โทรศัพท์มือถือ และสื่อโซเชียลกันเป็นประจำ ร้านอาหารที่มีช่องทางจำหน่ายหลายแพลตฟอร์มย่อมได้เปรียบ   และเมื่อต้องรับออเดอร์จากหลาย ๆ ช่องทางแล้ว การใช้เครื่องมือในการจัดการออเดอร์ที่มีประสิทธิภาพอย่าง Wongnai และ FoodStory POS จะช่วยให้ร้านอาหารสามารถจัดการทุกคำสั่งซื้อได้อย่างรวดเร็ว และบริการลูกค้าได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง

  • เปิดช่องทางให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารผ่าน LINE / Facebook / LINE MAN และทุกแพลตฟอร์มได้อย่างสะดวก
  • ร้านสามารถติดตามยอดขาย วิเคราะห์ข้อมูล และบริหารสต๊อกได้ในที่เดียว ด้วยระบบจัดการร้านอาหาร Wongnai และ FoodStory POS
  • ลดความผิดพลาดของออเดอร์ และทำให้กระบวนการให้บริการเร็วขึ้น
  • เพิ่มช่องทางการขายด้วยแอปฯ LINE MAN เพื่อขยายฐานลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการขาย

4. ใส่ใจความยั่งยืน (Sustainability Matters)

          ในปัจจุบันลูกค้ามักให้ความสำคัญกับร้านอาหารที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อย่างการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ การลดขยะอาหาร และการเลือกใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่ยั่งยืน ลูกค้ามักถูกใจร้านที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจระยะยาว รวมถึงการสนับสนุนชุมชนอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ตัวอย่าง

  • ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ที่สามารถย่อยสลายได้แทนการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก
  • เลือกใช้วัตถุดิบในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น
  • จัดการสต๊อกอย่างเป็นระบบ อาจสังเกตจากพฤติกรรมการสั่งอาหารของลูกค้า เพื่อลดปัญหาการสร้าง Food waste เช่น เมนูที่ลูกค้าสั่งน้อย ให้ลดปริมาณวัตถุดิบของเมนูนั้นในสต๊อกลง หรือลองหาวัตถุดิบที่สามารถใช้ได้ทุกส่วน ไม่เหลือทิ้ง

          เท่านี้พ่อค้าแม่ค้าก็รู้ทันเทรนด์ผู้บริโภคยุคนี้กันแล้ว สรุปได้ว่าเทรนด์ธุรกิจร้านอาหารในปี 2025 นี้จะต้องมีความยืดหยุ่น และพร้อมปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากร้านสามารถมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลได้ และใช้เทคโนโลยีในการเข้าช่วยจัดการออเดอร์ และใส่ใจความยั่งยืนได้ ก็จะสามารถครองใจลูกค้าในปี 2025 นี้ได้อย่างแน่นอน !

สนใจเริ่มต้นเปิดร้านบน LINE MAN คลิกเลย

ติดตามข่าวสาร และสาระน่ารู้ที่พ่อค้าแม่ค้า LINE MAN ไม่ควรพลาด ได้ที่กระดิ่งแจ้งเตือนบนแอปฯ Wongnai Merchant App คลิกที่นี่

บทความแนะนำเพิ่มเติม