
ทำความเข้าใจว่าการ “ไม่อยากโต” ก็เป็นเป้าหมายทางธุรกิจได้ และมีวิธีทำให้ร้านอยู่รอด มีกำไร และเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว
ภาพความสำเร็จของธุรกิจที่เราเห็นอยู่บ่อย ๆ มักมาพร้อมกับคำว่าเติบโต ขยายสาขา เพิ่มยอดขาย หรือทำให้ใหญ่ขึ้น แต่อีกมุมหนึ่งก็มีเจ้าของร้านที่ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย นอกจากการที่ธุรกิจสามารถทำกำไร เลี้ยงพนักงาน เลี้ยงครอบครัวได้อย่างมั่นคงก็พอใจแล้ว แล้วมันผิดหรือเปล่าที่จะคิดแบบนี้? เรากำลังย่ำอยู่กับที่หรือเปล่า?
Wongnai For Business จะพาทุกคนไปสำรวจนิยามของคำว่า “ความสำเร็จ” ในอีกแง่มุมหนึ่ง ที่อาจไม่ได้หมายถึงการต้องทำธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นเสมอไป
เพราะการเติบโตคือการทำให้ธุรกิจพาเราไปถึงเป้าหมายที่ต้องการ ดังนั้นก่อนจะเติบโต เจ้าของร้านต้องถามตัวเองก่อนว่า “อยากให้ร้านโตไปเพื่ออะไร?” หากยังไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้ การเติบโตอาจกลายเป็นแค่เพียงการวิ่งตามตัวเลข ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกว่าไม่พอ เปิดสาขาใหม่ได้ก็เริ่มคิดถึงสาขาถัดไป จนสุดท้ายต้องแลกด้วยเงิน เวลา และแรงของเจ้าของที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่าปลายทางของการเติบโตนั้นคืออะไร
ในทางกลับกัน ถ้าเป้าหมายชัด การตัดสินใจก็จะง่ายขึ้น ถ้าอยากมีรายได้มากขึ้น อาจโฟกัสที่การเพิ่มยอดขาย และกำไร ถ้าอยากมีเวลามากขึ้น อาจต้องสร้างระบบให้ร้านเดินต่อได้โดยไม่ต้องพึ่งเจ้าของทุกเรื่อง หรือถ้าอยากมีธุรกิจที่มั่นคง การทำให้ร้านเดิมแข็งแรง และมีกำไรสม่ำเสมอ อาจสำคัญกว่าการรีบเปิดสาขาใหม่

การเติบโตของธุรกิจไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว บางร้านเลือกเปิดสาขาเพิ่ม เพราะต้องการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ บางร้านเลือกเพิ่มสินค้า เพิ่มบริการ หรือสร้างช่องทางขายใหม่ ขณะที่บางร้านเลือกโฟกัสกับร้านเดียว แล้วทำให้ร้านนั้นมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ มียอดขายสม่ำเสมอ มีกำไร เลี้ยงลูกน้องได้ และมีเวลาใช้ชีวิตนอกธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจได้เหมือนกัน
เป้าหมายของเจ้าของร้านอาจเรียบง่ายกว่านั้น คือการมีร้านที่ขายได้ มีกำไร และอยู่ได้ในระยะยาว แต่การจะไปถึงจุดนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเปิดร้านแล้วปล่อยให้ขายไปเรื่อย ๆ เพราะยังมีหลายเรื่องที่คนเป็นเจ้าของร้านต้องจัดการ แล้วต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ร้านรอด ทำตาม 3 สเต็ปนี้ได้เลย!
สิ่งแรกที่ต้องรู้ให้ชัดคือรู้ว่าร้านต้องขายขั้นต่ำวันละเท่าไหร่จึงจะครอบคลุมค่าเช่า ค่าแรง วัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และต้องเหลือกำไรเท่าไรถึงจะเรียกว่าคุ้มกับเงิน เวลา และแรงที่เจ้าของลงไป เพราะยอดขายเยอะไม่ได้แปลว่าร้านมีกำไรเสมอไป หากต้นทุน และค่าใช้จ่ายเพิ่มตามไปด้วย
จากนั้นคือการดูตั้งแต่วัตถุดิบเหลือทิ้ง สต็อกจม เมนูที่ขายดีแต่กำไรน้อย ไปจนถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทุกเดือนแต่ไม่จำเป็น การรู้ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เจ้าของเห็นว่าร้านควรปรับตรงไหน โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มยอดขายตลอดเวลา
ต่อให้ร้านไม่ได้ขยายสาขา ถ้าเจ้าของยังต้องรับออเดอร์ เช็กสต็อก คุมเงิน และแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง ร้านก็อาจจะรอด (แต่เจ้าของอาจไม่รอดแทน) ดังนั้นการทำระบบหลังบ้านให้ชัด แบ่งหน้าที่ให้ทีม และมีข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก็เป็นการพัฒนาร้านรูปแบบหนึ่ง
สุดท้ายร้านที่ไม่ได้อยากโตอาจเป็นร้านที่ตั้งเป้าให้ยอดขายสม่ำเสมอ กำไรชัดเจน ต้นทุนควบคุมได้ ทีมทำงานได้ และเจ้าของมีเวลาใช้ชีวิตของตัวเอง และถ้านั่นคือสิ่งที่เจ้าของร้านต้องการจริง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องโตไปมากกว่านั้นเลย

ถ้าวันหนึ่งเจ้าของพบว่าร้านแรกมีกำไรสม่ำเสมอ ระบบหลังบ้านเริ่มนิ่ง ทีมสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งเจ้าของทุกขั้นตอน มีเงินทุน มีกระแสเงินสดรองรับ และเจ้าของเองอยากขยาย ค่อยพิจารณาสาขาที่ 2 ก็ยังไม่สาย เพราะการขยายธุรกิจควรเกิดจากความพร้อม และเป้าหมายของเจ้าของ ไม่ใช่เพราะรู้สึกว่าทุกคนกำลังขยายกันหมดแ้ลวถึงเวลาแล้วที่เราต้องขยายธุรกิจของเราบ้าง หรือบางครั้งสิ่งที่ร้านต้องการไม่ใช่สาขาใหม่ แต่อาจเป็นระบบจัดการร้านที่ดีขึ้น การควบคุมต้นทุนที่แม่นขึ้น หรือการทำให้สาขาเดิมทำกำไรได้มากขึ้น
ความสำเร็จของเจ้าของร้านแต่ละคนมีหน้าตาไม่เหมือนกัน การขยายสาขาเป็นเพียงหนึ่งในหลายเป้าหมายของธุรกิจเท่านั้น ลองเช็กกันดูว่าตอนนี้คุณกำลังทำธุรกิจเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายแบบไหน และสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ จากร้านคืออะไร
แล้วตกลงว่า “ผิดไหม? ถ้าไม่ได้มีความคิดที่จะเติบโต” คำตอบคือ “ไม่ผิด” เจ้าของร้านแต่ละคนล้วนมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ถ้าคนหนึ่งเปิดร้านเพราะอยากสร้างธุรกิจ 10 สาขา นั่นคือเป้าหมายของเขา ถ้าอีกคนเปิดร้านเพราะอยากมีธุรกิจเล็ก ๆ ที่ดูแลครอบครัวได้ มีทีมงานที่อยู่กันได้นาน และมีเวลาใช้ชีวิตหลังเลิกงาน นั่นก็เป็นเป้าหมายที่มีคุณค่าไม่แพ้กัน
สุดท้ายแล้วคำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “ร้านของเราใหญ่พอหรือยัง?” แต่อาจเป็น “ร้านนี้กำลังพาเราไปถึงชีวิตที่เราอยากมีหรือเปล่า?” ธุรกิจที่ดีไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุด แค่เป็นธุรกิจที่อยู่ได้ มีกำไร และทำให้เจ้าของมีชีวิตที่อยากใช้ นั่นก็ถือว่าเป็นความสำเร็จในอีกรูปแบบหนึ่งแล้ว

บทความแนะนำเพิ่มเติม