.png)
บทเรียนจากธุรกิจร้านอาหารในขอนแก่น จับกลุ่ม Gen Z ต้องเปลี่ยนจากร้านตามกระแสให้เป็นร้านประจำด้วยกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data) และระบบสมาชิก
สำหรับคนที่เคยขับรถตระเวนหาของกินย่านกังสดาล หรือเดินเล่นแถว 'หลังมอ' (มหาวิทยาลัยขอนแก่น) ในช่วงหัวค่ำ สายตาคงไปสะดุดกับร้านอาหารและคาเฟ่เปิดใหม่ที่ตกแต่งล้ำสมัย ดีไซน์จัดจ้านเข้ากับเทรนด์ฮิตใน TikTok เป๊ะๆ เปิดตัววันแรกวัยรุ่น Gen Z ต่อคิวยาวเหยียดเพื่อรอทำคอนเทนต์ จนฟุตบาทแทบไม่มีที่เดิน
แต่พอเวลาผ่านไปแค่ 2-3 เดือน กลับพบว่าร้านที่เคยมียอดวิวทะลุล้าน กลับเงียบเหงา หรือเผลอๆ เปลี่ยนป้ายหน้าร้านเป็นแบรนด์ใหม่ไปเสียแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับร้านที่เคยเป็น Talk of the Town?
คนทำธุรกิจมักบอกกันว่า ขอนแก่นคือ "Test Lab" หรือห้องทดลองตลาดชั้นยอดของภาคอีสาน เมืองที่ถ้าทำร้านให้โดนใจคนรุ่นใหม่ได้ จะดังพลุแตกชั่วข้ามคืน คำถามชวนคิดก็คือ เรากำลังทำร้านให้คนมา 'ตามกระแส' หรือมา 'ใช้ชีวิต'
เพราะในขอนแก่น วัยรุ่นเบื่อง่ายและพร้อมมูฟออนเสมอ "นักศึกษาและคนรุ่นใหม่" ต่างหากที่จะเป็นคนตัดสินว่าร้านไหนจะได้กลายเป็นตำนาน หรือเป็นแค่แฟชั่นที่ผ่านมาแล้วก็ไป
ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคในกลุ่มมหาวิทยาลัยและเมืองการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ร้านอาหารในขอนแก่นต้องเผชิญกับอัตราการหมุนเวียน (Turnover) ของเทรนด์ที่ไวมาก ร้านที่เปิดใหม่มีโอกาสปิดตัวลงหรือต้องรีแบรนด์ทิ้งภายใน 1 ปีแรกสูงลิ่ว หากนับไปถึงตอนที่นักศึกษารุ่นหนึ่งเรียนจบ (4 ปี) ร้านที่ยืนระยะรอดและกลายเป็น "ร้านประจำ" ได้นั้นมีสัดส่วนที่น้อยมาก
ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai และ SCB EIC ระบุว่า แต่ละปี ประเทศไทยมีร้านอาหารเปิดใหม่มากกว่า 1 แสนร้าน แต่มีถึง 50% ที่ต้องปิดตัวลงหรือเปลี่ยนมือภายใน 1 ปีแรก และเมื่อเวลาผ่านไป 3 ปี อัตราการรอดชีวิตของร้านอาหารจะเหลือเพียง 30-35% เท่านั้น
สาเหตุหลักไม่ได้มาจากรสชาติที่แย่ หรือดีไซน์ที่ไม่สวย แต่งานวิจัยจากหลายสำนัก เช่น INTAGE และ Wisesight ชี้ให้เห็นตรงกันว่า 'Gen Z มีความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) น้อยกว่าคนรุ่นก่อน' พวกเขาขับเคลื่อนด้วยกระแสและพร้อมเปลี่ยนใจเสมอ หากร้านของคุณวิ่งตามความคาดหวังของพวกเขาไม่ทัน การเป็นแค่ร้านสวยที่ไม่มีจุดเชื่อมโยงในระยะยาว จึงมักจบลงด้วยการเป็นแค่ฉากหลังให้คนมาถ่ายรูปครั้งเดียวแล้วจากไป
อันดับแรกต้องหาคำตอบก่อนว่า ทำไมการเปิดร้านที่ขอนแก่นถึงต้อง “เหนื่อยกับการวิ่งตามกระแส” เรียกว่าถ้ารู้ใจ Gen Z รบร้อยครั้งก็มีโอกาสรอด นอกจากการที่กลุ่มลูกค้าหลักเป็นนักศึกษาและ First Jobber แล้ว ยังพบว่า
จริงอยู่ว่าช่วงเปิดเทอม ยอดขายของร้านอาจพุ่งกระฉูด แต่พอถึงช่วงปิดเทอมใหญ่ หรือช่วงสอบที่คนไม่ออกมาสังสรรค์ ยอดขายอาจหดหายไปอย่างน่าใจหาย การฝากชีวิตไว้กับวัฏจักรการศึกษาเพียงอย่างเดียวจึงมีความเสี่ยงสูง
แน่นอนว่าการตกแต่งร้านต้อง "โดน" และเมนูต้อง "ถ่ายรูปสวย" แต่นั่นแค่พื้นฐานของการเรียกลูกค้าหน้าใหม่ อาวุธลับที่แท้จริงในการเปลี่ยน Test Lab ให้เป็นธุรกิจที่ยั่งยืนคือ การใช้ระบบ POS และ CRM อย่างชาญฉลาด
ขอบอกว่าทั้งหมดที่ว่ามา Wongnai POS สามารถทำได้ ด้วยการเก็บข้อมูลและแสดงผลแบบ Dashboard ได้ทันที ช่วยให้ร้านอาหารรู้ว่าเมนูไหนขายดี ทำโปรโมชันได้ และยังมีฟีเจอร์เด่นๆ อีก เช่น Mobile Ordering หรือการรองรับบริการ Delivery ได้อีกด้วย
เมื่อผสมผสานความเข้าใจในไลฟ์สไตล์ที่รวดเร็ว เข้ากับระบบหลังบ้านที่จัดการข้อมูลได้ดี มีโอกาสที่สัดส่วนลูกค้าหน้าใหม่จะกลายมาเป็น "ลูกค้าประจำ" ได้ ทำให้ร้านมีรายได้ที่เสถียรขึ้น ไม่ต้องปวดหัวกับการวิ่งตามเทรนด์ใหม่ๆ ทุกเดือน
สุดท้ายสำหรับคนทำร้านอาหารในขอนแก่น อย่าเปิดร้านเพื่อเป็นแค่ "ฉากถ่ายรูปชั่วคราว" เพราะความแมสมันมาไวและไปไว แต่จงใช้เทคโนโลยีมาทำความรู้จักลูกค้า เพื่อเสิร์ฟประสบการณ์ที่ทำให้พวกเขาอยากเติบโตและใช้ชีวิตไปด้วยกัน ในยุคนี้ "Data คือเครื่องเร่งปฏิกิริยา" ที่จะเปลี่ยนให้ธุรกิจสามารถรันได้อย่างยั่งยืนในโลกความจริง
บทความแนะนำเพิ่มเติม