%20(2).jpg)
ท่ามกลางต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวัตถุดิบใกล้ตัวอย่างไข่ไก่ก็เป็นอีกหนึ่งรายการที่ได้รับผลกระทบ พ่อค้าแม่ค้าเตรียมรับมือ
มีเรื่องให้ผู้บริโภค และพ่อค้าแม่ค้าต้องจับตากันอีกแล้ว หลังช่วงที่ผ่านมา สินค้าหลายประเภททยอยปรับราคาสูงขึ้น ทั้งน้ำมัน วัตถุดิบอาหาร และต้นทุนการผลิตต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะร้านอาหารที่ต้องรับภาระต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ก่อนจะส่งต่อมายังผู้บริโภคในท้ายที่สุด
ล่าสุด ไข่ไก่ หนึ่งในวัตถุดิบสำคัญที่อยู่แทบทุกครัวเรือนและร้านอาหาร ก็มีการขยับราคาเพิ่มขึ้นเช่นกัน หลังมีการประกาศปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขึ้นอีก 20 สตางค์ต่อฟอง จนทำให้หลายคนเข้าใจว่าราคาไข่ไก่พุ่งไปอยู่ที่ฟองละ 3.60 บาทแล้ว
อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะราคา 3.60 บาทต่อฟอง เป็นราคาแนะนำหน้าฟาร์มที่มีการประกาศใช้มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไม่ใช่ราคาใหม่ที่เพิ่งประกาศในรอบนี้
นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ราคาซื้อขายไข่ไก่จริงในตลาดอยู่ที่ประมาณฟองละ 3.30 บาท และหลังจากมีการปรับขึ้น 20 สตางค์ ราคาขายจริงจึงขยับมาอยู่ที่ราว 3.50 บาทต่อฟอง ซึ่งยังต่ำกว่าราคาแนะนำที่กำหนดไว้ที่ 3.60 บาท
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้เลี้ยงต้องปรับราคา มาจากต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารไก่ ปัจจุบันมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 14 บาท ขณะที่อาหารสัตว์สำเร็จรูปก็ทยอยปรับราคาขึ้นมาแล้วถึง 4 ครั้งนับตั้งแต่เดือนมีนาคม และล่าสุดมีราคาอยู่ที่กระสอบละ 440 บาท
นอกจากเรื่องต้นทุนแล้ว ปัจจัยด้านความต้องการบริโภคก็มีส่วนเช่นกัน ทั้งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ช่วยให้กำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว รวมถึงช่วงเปิดภาคเรียนที่ความต้องการบริโภคไข่ไก่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้เลี้ยงสามารถขยับราคาขายได้บ้างเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น แต่แม้ราคาจะปรับขึ้นแล้ว ผู้เลี้ยงยังมองว่าราคาขายปัจจุบันยังไม่สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด และยังต่ำกว่าราคาแนะนำหน้าฟาร์มที่กำหนดไว้
สำหรับราคาขายปลีกไข่ไก่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2569 มีดังนี้
• เบอร์ 0 ราคา 4.70 - 4.90 บาท/ฟอง
• เบอร์ 1 ราคา 4.40 - 4.60 บาท/ฟอง
• เบอร์ 2 ราคา 4.10 - 4.30 บาท/ฟอง
• เบอร์ 3 ราคา 3.90 - 4.00 บาท/ฟอง
• เบอร์ 4 ราคา 3.60 - 3.70 บาท/ฟอง
• เบอร์ 5 ราคา 3.40 - 3.50 บาท/ฟอง
ขณะที่กรมการค้าภายในได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่า ตัวเลขราคาแนะนำไข่ไก่หน้าฟาร์มที่ 3.60 บาทต่อฟอง ไม่ใช่การปรับขึ้นราคาใหม่ แต่เป็นราคาเดิมที่ประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2569 ส่วนประกาศล่าสุดเป็นเพียงการย้ำราคาแนะนำเดิมของสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เท่านั้น
สรุปให้เข้าใจ คือ รอบนี้ไม่ได้มีการปรับราคาแนะนำหน้าฟาร์มจาก 3.40 บาทเป็น 3.60 บาทตามที่หลายคนเข้าใจ แต่สิ่งที่ขยับขึ้นจริงคือราคาซื้อขายในตลาด ซึ่งเพิ่มขึ้น 20 สตางค์ จากเดิมเฉลี่ยฟองละ 3.30 บาท มาอยู่ที่ประมาณ 3.50 บาทต่อฟอง อันเป็นผลจากต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
การขึ้นราคาไข่ไก่อาจดูเป็นเพียง 20 สตางค์ต่อฟอง แต่สำหรับร้านอาหารที่ใช้ไข่เป็นวัตถุดิบหลัก ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารตามสั่ง ร้านอาหารเช้า ร้านเบเกอรี หรือร้านกาแฟที่มีเมนูไข่ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอาจสะสมจนกลายเป็นค่าใช้จ่ายหลักในแต่ละเดือนได้
แต่อย่าเพิ่งด่วนขึ้นราคาอาหารทันที ร้านอาจเริ่มจากการกลับมาทบทวนต้นทุนภายในร้านก่อนได้ เช่น
1. เช็กต้นทุนเมนูที่ใช้ไข่เป็นส่วนประกอบหลัก
ลองคำนวณต้นทุนเมนูขายดีอีกครั้งว่าได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน บางเมนูอาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจนยังไม่จำเป็นต้องปรับราคา
2. ลด Food Waste ให้มากที่สุด
เมื่อวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น การลดการสูญเสียภายในร้านอาจช่วยประหยัดต้นทุนได้มากกว่าการขึ้นราคาอาหาร เช่น การวางแผนสต็อกให้เหมาะสม หรือจัดการวัตถุดิบใกล้หมดอายุให้ดีขึ้น
3. ดูภาพรวมต้นทุนทั้งร้าน ไม่ใช่แค่วัตถุดิบตัวเดียว
บางครั้งผู้ประกอบการมักโฟกัสกับวัตถุดิบที่ขึ้นราคา แต่ในความเป็นจริง ต้นทุนแฝงอย่างค่าแรง ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าจัดส่ง อาจส่งผลต่อกำไรมากกว่า การดูต้นทุนทั้งระบบจะช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น
4. ใช้ข้อมูลยอดขายช่วยตัดสินใจ
หากร้านมีระบบ POS หรือระบบรายงานยอดขาย ลองดูว่าเมนูไหนทำกำไรสูง เมนูไหนกำไรต่ำ หรือเมนูไหนขายดีแต่ใช้วัตถุดิบต้นทุนสูง เพื่อนำมาปรับกลยุทธ์ได้ตรงจุด
แม้การปรับขึ้นราคาไข่ไก่ในครั้งนี้จะดูเป็นตัวเลขเพียง 20 สตางค์ต่อฟอง แต่ก็สะท้อนให้เห็นแรงกดดันด้านต้นทุนที่ผู้ประกอบการอาหารกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน และอาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บอกว่า การบริหารต้นทุนอย่างใกล้ชิดกำลังกลายเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การเพิ่มยอดขายในยุคที่วัตถุดิบหลายชนิดยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บทความแนะนำเพิ่มเติม