ทำไมร้านเล็ก-ร้านต่างจังหวัด ถึงเป็น "พระเอก" ตัวจริงในโครงการไทยช่วยไทย พลัส

สถิติจริงจาก LINE MAN พิสูจน์ว่าโครงการรัฐคือเวทีแจ้งเกิดของร้านเล็ก และร้านต่างจังหวัด ยอดเดลิเวอรีพุ่งกว่า 12 ล้านออเดอร์ ร้านเล็กโตแรง 5.9 เท่า

หลายครั้งที่มีโครงการสนับสนุนจากภาครัฐเข้ามา ร้านอาหารขนาดเล็กในชุมชน หรือร้านค้าตามต่างจังหวัดมักจะถอดใจไปก่อน เพราะคิดว่า "เราคงสู้ร้านใหญ่ ๆ หรือร้านเชนในห้างไม่ได้หรอก" หรือ "คนต่างจังหวัดไม่ค่อยกดสั่งเดลิเวอรีกันหรอก"

แต่รู้หรือไม่? สถิติจริงจาก LINE MAN ในโครงการที่ผ่านมากลับพิสูจน์ในสิ่งตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะกลุ่มที่โกยยอดขายจนเติบโตอย่างร้อนแรงที่สุด ไม่ใช่บิ๊กแบรนด์ในเมืองกรุง แต่เป็น "ร้านเล็ก และร้านต่างจังหวัด" ที่สร้างรายได้เข้ากระเป๋าไปแบบเต็ม ๆ

เปิดตัวเลขสถิติ เมื่อ "ร้านเล็ก-ต่างจังหวัด" โตระเบิดแซงเมืองกรุง

จากแคมเปญคนละครึ่ง พลัส เดิมที่ดันยอดรวมเดลิเวอรีพุ่งทะลุเป้ากว่า 12 ล้านออเดอร์ (โดย LINE MAN ครองสัดส่วนในโครงการไป 60%) โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ 

  • ร้านเล็กโตแรงที่สุด ร้านที่มีรายได้น้อยกว่า 10,000 บาทต่อเดือน มียอดขายเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 5.9 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมของโครงการ
  • ต่างจังหวัดโตแซงกรุงเทพฯ ขาดลอย ในขณะที่ร้านค้าในกรุงเทพฯ โตเฉลี่ย 4.1 เท่า แต่สถิติฝั่งภูมิภาคกลับพุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ เช่น จันทบุรี โต 9.4 เท่า, หนองบัวลำภู โต 9.3 เท่า และอุตรดิตถ์ โต 8.9 เท่า

เจาะพฤติกรรมผู้บริโภค โอกาสทองในน่านน้ำ Blue Ocean

ทำไมสถิติถึงออกมาเป็นแบบนั้น? คำตอบอยู่ที่พฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Insight) เมื่อมีส่วนลด และเม็ดเงินสนับสนุนจากรัฐเข้ามาเป็นตัวช่วย ลูกค้าในต่างจังหวัด และชุมชนรอบนอกจะเกิดความตื่นตัวในการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรีเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทันที และพฤติกรรมเด่นชัดของคนกลุ่มนี้คือ "มักเลือกสั่งจากร้านใกล้บ้านที่คุ้นเคยเพื่อความอุ่นใจ"

ในพื้นที่ต่างจังหวัด หรือตามชุมชนต่าง ๆ การแข่งขันยังต่ำมากเมื่อเทียบกับสมรภูมิเดือดในกรุงเทพฯ ไม่มีห้างใหญ่มาแย่งทราฟฟิก พื้นที่ตรงนี้จึงกลายเป็น "Blue Ocean" ที่มีความต้องการซื้อ แต่มีคู่แข่งน้อย ร้านไหนเปิดระบบรอก่อน จึงมีโอกาสได้ออเดอร์ไปกินนิ่ม ๆ

ดังนั้น ร้านที่เข้าร่วมโครงการแล้ว ต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับช่วงเวลาที่เหลือถึง 30 ก.ย.​ 69

ร้านไหนพร้อมก่อนได้เปรียบ

หากคุณเป็นร้านขนาดเล็ก หรือร้านในพื้นที่ต่างจังหวัด นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำทันทีเพื่อดักรอออเดอร์ทั้งหน้าแอป และหน้าร้าน

1. เช็กพิกัดให้เป๊ะ ระบบต้องพร้อม

เข้าไปตรวจสอบสถานะร้านค้าบน LINE MAN ตรวจสอบการผูกบัญชี และที่สำคัญคือ "ความแม่นยำของการปักหมุด และรัศมีการจัดส่ง" เพราะลูกค้าในชุมชนต้องการสั่งร้านที่อยู่ใกล้เพื่อความรวดเร็ว หากหมุดเบี้ยว หรือตั้งรัศมีแคบเกินไปจะเสียโอกาส

2. ฝั่งหน้าร้าน ตะโกนบอกให้โลกรู้ด้วยป้ายโปรโมต

อย่าปล่อยให้ลูกค้าเดาเอง! ให้ทำป้ายโปรโมต "ไทยช่วยไทย พลัส" ขนาดใหญ่ สีสันสดใส ชัดเจน ไปติดไว้ที่กรอบประตูหน้าร้าน หน้ากระจก หรือตั้งไว้ที่เคาน์เตอร์สั่งอาหาร เพื่อดึงดูดสายตาของคนในชุมชนที่ขับรถผ่านไปมา หรือเดินเข้ามาในร้าน ให้รู้ว่าร้านนี้ใช้สิทธิ์ได้

ยกระดับร้านเล็ก ให้บริหารมืออาชีพเท่าร้านใหญ่

อุปสรรคหนึ่งของร้านขนาดเล็กคือเวลามีออเดอร์เดลิเวอรีเข้าพร้อมๆ กับหน้าร้าน พนักงานมักจะหัวหมุน และดูแลไม่ทั่วถึง ระบบ Wongnai POS จึงเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ได้อย่างกระชับ และตรงประเด็นที่สุด

ระบบนี้จะช่วยเปลี่ยนให้ร้านอาหารขนาดเล็กมี ระบบจัดการออเดอร์เดลิเวอรีจาก LINE MAN ที่ยิงตรงเข้าห้องครัวทันที เจ้าของร้าน หรือพนักงานไม่ต้องคอยถือสมาร์ทโฟนสลับหน้าจอไปมาเพื่อกดรับออเดอร์ให้วุ่นวาย ช่วยลดความผิดพลาด ทำงานได้รวดเร็ว และบริหารจัดการร้านได้อย่างเป็นมืออาชีพเทียบเท่ากับร้านเชนขนาดใหญ่

เลิกคิดว่าโครงการรัฐมีไว้เพื่อร้านใหญ่ได้เลย "ไทยช่วยไทย พลัส" คือเวทีแจ้งเกิดของร้านเล็ก และร้านต่างจังหวัดอย่างแท้จริง อยู่ที่ว่าวันนี้...คุณเตรียมเปิดระบบรอรับความปังแล้วหรือยัง

บทความแนะนำเพิ่มเติม