.jpg)
ฟุตบอลโลกมาแล้ว! รวม 5 กลยุทธ์การตลาดสำหรับร้านอาหาร เปลี่ยนบรรยากาศการเชียร์บอลให้กลายเป็นโอกาสทำยอดขาย
4 ปีมีครั้งกับมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่าง FIFA World Cup 2026 ที่เพิ่งเปิดฉากไปเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา และแน่นอนว่าฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่เรื่องของการแข่งขันในสนามอีกต่อไป
เพราะทุกครั้งที่ทัวร์นาเมนต์นี้กลับมา กระแสก็มักจะครองความสนใจของผู้คนทั่วโลก ตั้งแต่บทสนทนาในออฟฟิศ คอนเทนต์บนโซเชียล ไปจนถึงการนัดรวมตัวดูบอลของกลุ่มเพื่อน เรียกได้ว่าในช่วงนี้ ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มักเจอเรื่องฟุตบอลอยู่เสมอ
และเมื่อคนออกมาพบปะ สังสรรค์ หรือใช้เวลากับการเชียร์บอล เม็ดเงินก็เริ่มหมุนตามไปด้วย โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร และเครื่องดื่ม ซึ่งมักเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์มากที่สุด และยังเป็นหนึ่งในหมวดการใช้จ่ายยอดนิยมในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนกระแสบอลโลกให้กลายเป็นยอดขาย ไม่ได้มีสูตรสำเร็จแค่การติดจอถ่ายทอดสด หรือจัดโปรลดราคาเท่านั้น แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจลูกค้า เข้าใจจุดแข็งของร้าน และเลือกใช้กลยุทธ์ให้เหมาะกับเกมที่ตัวเองกำลังเล่น มาดูกันว่า 5 กลยุทธ์ต่อไปนี้ จะช่วยให้ร้านของคุณไม่พลาดจังหวะทำเงินในช่วงบอลโลกได้อย่างไรบ้าง

ก่อนจะรีบทำโปรโมชั่น หรือเปิดจอถ่ายทอดสด ลองเริ่มจากการทำความเข้าใจลูกค้าของตัวเองก่อน เพราะถึงจะเป็นกระแสฟุตบอลโลกเหมือนกัน แต่พฤติกรรมของแต่ละกลุ่มก็ไม่เหมือนกัน สิ่งแรกที่ควรทำคือการลองวิเคราะห์ Customer Insight ของร้านตัวเองจากฐานลูกค้าที่มีอยู่แล้ว เช่น
เมื่อเข้าใจลูกค้าแล้ว อย่าลืมหันกลับมาดูจุดแข็งของร้านตัวเองด้วย เพราะต่อให้รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร แต่ถ้าร้านไม่พร้อมตอบโจทย์ ก็อาจพลาดโอกาสไปได้เหมือนกัน
ลองถามตัวเองว่า
ตัวอย่างเช่น ร้านที่อยู่ในย่านออฟฟิศ หรือแหล่งแฮงก์เอาต์ มีพื้นที่กว้าง และบรรยากาศเหมาะกับการรวมตัว อาจใช้จุดแข็งนี้ดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการหน้าร้านได้เต็มที่ บางร้านอาจลงทุนใช้จอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ฉายการถ่ายทอดสด เพื่อดึงกลุ่มแฟนบอลมาร่วมวงเชียร์ที่ร้าน
ในทางกลับกัน ถ้าเป็นร้านขนาดเล็กที่มีระบบเดลิเวอรีแข็งแรง มีเมนูส่งง่าย และรองรับออเดอร์จำนวนมากได้ การทำเซตดูบอล หรือโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่เชียร์อยู่บ้านก็อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า
ท้ายที่สุดแล้ว การตลาดที่ดีไม่จำเป็นต้องทำเหมือนคนอื่น แต่คือการนำ Insight ของลูกค้ามาจับคู่กับจุดแข็งของร้าน เพื่อเลือกเกมที่ตัวเองได้เปรียบที่สุด
.jpg)
ช่วงเวลาแบบที่เรียกว่า Micro-Moment คือช่วงสั้น ๆ ที่คนกำลังมองหาคำตอบ หรือสิ่งที่ต้องการในทันที และพร้อมตัดสินใจถ้าเจอสิ่งที่ถูกใจ ลองนึกภาพง่าย ๆ เวลาหิวแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเสิร์ชคำว่า "ร้านอาหารใกล้ฉัน" นั่นแหละคือตัวอย่างของ Micro-Moment เช่นกัน
Google ได้แบ่ง Micro-Moment ออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่
หัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้ คือการทำให้แบรนด์ หรือร้านของเราไปปรากฏอยู่ตรงหน้าลูกค้าในจังหวะที่พวกเขากำลังมองหาคำตอบพอดี หรือพูดง่าย ๆ คือ "ถูกที่ ถูกเวลา และตอบโจทย์ได้ทันที"
สำหรับร้านอาหารในช่วงบอลโลก สามารถนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ได้หลายวิธี เช่น

ฟุตบอลโลกเป็นอีเวนต์ที่ 4 ปีมีครั้งอยู่แล้ว จึงเป็นช่วงเวลาที่หลายคนพร้อมเปิดใจให้กับอะไรใหม่ ๆ มากเป็นพิเศษ นี่จึงเป็นโอกาสดีที่ร้านอาหารจะหยิบไอเดียเมนู หรือโปรโมชั่นเฉพาะกิจออกมาสร้างสีสัน ไม่ว่าจะเป็นเซตดูบอลสำหรับแก๊งเพื่อน เมนูแชร์จานใหญ่ หรือเมนูพิเศษที่มีขายเฉพาะช่วงการแข่งขัน
ในทางการตลาด แนวคิดนี้เรียกว่า Limited-Time Offer หรือการสร้างข้อเสนอที่มีเวลาจำกัด ยิ่งลูกค้ารู้ว่ามีให้สั่งแค่ช่วงนี้ ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกว่า "ต้องลองก่อนหมดโอกาส" นอกจากช่วยดึงความสนใจแล้ว ยังทำให้การมาร้าน หรือสั่งอาหารในช่วงบอลโลกมีความพิเศษกว่าช่วงเวลาปกติอีกด้วย

บอลโลกหลายคู่แข่งขันกันในช่วงเวลาประเทศไทยตั้งแต่ประมาณ 22.00 น. ไปจนถึงหลังเที่ยงคืน ซึ่งเป็นช่วงที่ร้านอาหารจำนวนไม่น้อยปิดให้บริการไปแล้ว
นั่นหมายความว่า หากร้านสามารถขยับเวลาเปิดร้านออกไปอีกสักหน่อย ก็อาจเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กำลังหาของกินระหว่างเชียร์บอลได้มากขึ้น โดยเฉพาะร้านที่มีเมนูทานเล่น อาหารจานเดียว หรือเครื่องดื่ม เพราะยิ่งดึก หลายคนก็ยิ่งเริ่มมองหาของกินมารองท้องระหว่างดูการแข่งขัน
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกร้านจำเป็นต้องเปิดถึงตีสอง แต่การทดลองขยายเวลาเปิดร้านในช่วงบอลโลก ก็อาจเป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสขายจากช่วงเวลาที่ปกติอาจยังไม่มีใครลงมาเล่นสนามนี้มากนัก

หลังจบแต่ละวัน ลองกลับมาดูว่าเมนูไหนขายดีที่สุด โปรโมชั่นแบบไหนได้รับความสนใจ หรือช่วงเวลาไหนมีออเดอร์เข้ามามากที่สุด เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจช่วยให้ร้านมองเห็นพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปในช่วงบอลโลก
ตัวอย่างเช่น หากพบว่าลูกค้าสั่งของทานเล่นมากขึ้นหลังเริ่มแข่งขัน หรือโปรโมชั่นทายผลได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้กับแมตช์ถัดไปได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสต็อก ปรับโปรโมชั่น หรือเตรียมพนักงานให้เหมาะกับช่วงเวลาที่มีออเดอร์หนาแน่น
โดยร้านสามารถติดตามยอดขาย เมนูขายดี และช่วงเวลาพีกได้ผ่านรายงานบน Wongnai POS ช่วยให้เห็นภาพการขายของร้านแบบวันต่อวัน และปรับเกมได้ทันก่อนการแข่งขันนัดต่อไปจะเริ่มขึ้น
ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวสำหรับการขายช่วงบอลโลก แต่สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าลูกค้าของร้านเรากำลังมองหาอะไร แล้วปรับเกมให้ทันกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในแต่ละแมตช์
ถ้าร้านสามารถอ่านเกมให้ออก เข้าใจลูกค้า เลือกจังหวะสื่อสารให้เหมาะ และกล้าปรับแผนตามข้อมูลที่เกิดขึ้นในแต่ละแมตช์ ก็มีโอกาสเปลี่ยนกระแสบอลโลกให้กลายเป็นยอดขายได้ไม่ยาก