.jpg)
พฤติกรรมผู้บริโภค 2 ขั้วยอดฮิตระหว่าง "สายติดแกลม" กล้าสั่งเมนูพรีเมียมราคาสูงเพราะมีรัฐช่วยจ่าย และ "สายแมส" ที่ชอบสั่งเครื่องดื่ม และส้มตำเป็น Combo Set
โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ยังคงเข้มข้น ผู้บริโภคตื่นตัว และคุ้นชินกับการใช้สิทธิ์ลดค่าอาหารในชีวิตประจำวันเรียบร้อยแล้ว ร้านอาหารหลายร้านเริ่มจับทางได้ แต่สำหรับร้านที่ยังรู้สึกว่ายอดขายยังนิ่งอยู่ รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมการเลือกสั่งอาหารของคนในโครงการนี้มีความ "พิเศษ" กว่าช่วงเวลาปกติ
หากคุณอยากเปลี่ยนหน้าแอปเดลิเวอรี และเมนูหน้าร้านให้กลายเป็นเครื่องปั๊มเงินตลอดโครงการนี้ นี่คือการเจาะลึกกลยุทธ์การจัดหมวดหมู่ และโปรโมตเมนูอาหารให้ตรงใจพฤติกรรม "กล้าจ่าย" ของลูกค้า ถอดรหัสจากอินไซต์จริงที่ร้านค้าต้องเอาไปปรับใช้ทันที
จากข้อมูลของ LINE MAN พบว่าพฤติกรรมการสั่งซื้อของลูกค้าในช่วงโครงการรัฐ ถูกแบ่งออกเป็น 2 ขั้วอย่างชัดเจน สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ประกอบการไม่น้อย
เมื่อวิเคราะห์ลึกลงไปในพฤติกรรมผู้บริโภค เราจะพบโอกาสทองในการเพิ่ม "ยอดขายต่อบิล (Ticket Size)" ให้สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
ในเมื่อลูกค้ามีเงินในมือ และพร้อมจ่าย สิ่งที่ร้านต้องทำไม่ใช่การคิดค้นเมนูใหม่ให้ปวดหัว และสิ้นเปลืองต้นทุน แต่คือการ "จัดระเบียบสิ่งที่มีอยู่แล้ว" ให้ดึงดูดใจที่สุด ทั้งบนแอปเดลิเวอรี และหน้าร้าน
สำหรับลูกค้าที่มานั่งกินในร้าน ให้ทำแผ่นเมนูแนะนำพิเศษตั้งไว้บนโต๊ะอาหาร โดยลองคำนวณราคาเซ็ตอาหารให้พอดี หรือคุ้มค่าที่สุดกับวงเงินที่ลูกค้าได้รับสิทธิ์ต่อวัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจสั่งชุดใหญ่ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องยืนกดเครื่องคิดเลขคำนวณเอง
การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เมนูให้ทันใจผู้บริโภคในช่วงพีคแบบนี้ หากต้องมานั่งรออัปเดตระบบข้ามวันคงไม่ทันการ Wongnai POS จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญที่ตอบโจทย์ร้านอาหารได้อย่างตรงจุด โดยสามารถกดเพิ่มเมนูพรีเมียม จัดเซ็ตอาหาร Combo จับคู่ หรือปรับเปลี่ยนหมวดหมู่เมนูแนะนำตามพฤติกรรมลูกค้าในแต่ละวันได้ง่าย ๆ ทำได้ทันที ระบบจะทำการอัปเดตหน้าเมนูบนแอป LINE MAN ให้แบบเรียลไทม์ สะดวก รวดเร็ว และไม่พลาดโอกาสทองในการขายแม้แต่วินาทีเดียว
แค่ปรับวิธีคิดจากการขายของถูก เป็นการจัดหน้าบ้านโชว์ "เมนูพรีเมียม" และแพ็ก "เมนูยอดฮิต" ให้ซื้อง่าย ผสานกับการใช้เทคโนโลยี Wongnai POS ปรับตัวให้ไว ร้านของคุณก็พร้อมอัปค่าเฉลี่ยต่อบิลให้พุ่งกระฉูดได้อย่างแน่นอน