.jpg)
ทุกครั้งที่ปฏิทินมีวันหยุดยาวติดกัน เจ้าของร้านอาหารหลายคนอาจจะคิดเหมือนกันว่า "คนเยอะ ออเดอร์ต้องพุ่ง" แต่ความจริงไม่ได้ง่ายแบบนั้นเสมอไป
วันหยุดยาวคือช่วงเวลาที่ร้านอาหารบางร้าน "ทำเงินได้มากที่สุดของปี" ในขณะที่บางร้าน "เจ็บหนักที่สุดของปี" ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่โชค หรือทำเล แต่อยู่ที่ว่าร้านนั้นเตรียมตัวมา และเตรียมตัวถูกจุดหรือเปล่า
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการมองว่า "วันหยุด = คนออกมากินข้างนอกเยอะขึ้น" ซึ่งจริงครึ่งเดียว
ความจริงคือพฤติกรรมของลูกค้าในวันหยุดยาวซับซ้อนกว่านั้นมาก และขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างทั้งทำเลของร้าน ประเภทอาหาร และสิ่งสำคัญที่สุดคือ "ลูกค้าหลักของร้านคือใคร" ดังนั้นก่อนที่จะวางแผน ร้านอาหารจำเป็นต้องประเมินก่อนว่าตัวเองจัดอยู่ในกลุ่มไหน
การอ่านบริบทของวันหยุดแต่ละครั้งให้ออกก่อนวางแผน คือความแตกต่างระหว่างร้านที่ "เดา" กับร้านที่ "รู้" เพราะวันหยุดยาวแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน และบริบทของวันหยุดส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการกินของลูกค้าอย่างชัดเจน
วันหยุดที่มาพร้อมเทศกาลทางศาสนา เช่น เข้าพรรษา วิสาขบูชา หรืองดเหล้าเข้าพรรษา คนจำนวนมากปรับพฤติกรรมการกิน และดื่ม ร้านที่มีเมนูผัก เมนูเจ หรือเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์จะได้เปรียบในช่วงนี้
วันหยุดที่คนนิยมเดินทางท่องเที่ยว เช่น สงกรานต์ หรือปีใหม่ ย่านท่องเที่ยวจะคึกคักมากเป็นพิเศษ ในขณะที่ย่านธุรกิจ และออฟฟิศอาจเงียบกว่าปกติ
แต่วันหยุดที่คนส่วนใหญ่อยู่บ้าน คนมักไม่อยากขับรถออกไปข้างนอก ทำให้เดลิเวอรีกลายเป็นตัวเลือกหลัก ร้านที่เข้าใจสิ่งนี้ และเตรียมรับออเดอร์ออนไลน์ให้พร้อมจะได้ประโยชน์อย่างชัดเจน
วันหยุดยาวออเดอร์อาจพุ่งช่วงสั้น ๆ แบบที่ไม่ได้คาดไว้ ร้านที่ไม่ได้สต็อกวัตถุดิบเพิ่มจากปกติจะเจอปัญหาวัตถุดิบหมดกลางคัน และต้องปิดเมนูโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งทำให้เสียทั้งลูกค้า และชื่อเสียงในคราวเดียว
วิธีรับมือคือดูข้อมูลยอดขายช่วงวันหยุดยาวครั้งก่อน แล้วสต็อกวัตถุดิบเมนูหลักให้มากกว่าปกติอย่างน้อย 30 - 50% โดยเฉพาะเมนูที่ขายดีที่สุด
วันหยุดยาวหมายถึงพนักงานหลายคนอาจลาหยุดพร้อมกัน ออเดอร์ที่พุ่งขึ้นในวันที่คนทำงานน้อยลง คือสูตรสำเร็จของอาหารช้า และรีวิวแย่ที่ตามมาภายหลัง
วิธีรับมือคือวางแผนกะพนักงานล่วงหน้าให้ชัดเจน และอาจต้องมีแรงจูงใจพิเศษสำหรับคนที่มาทำงานในวันหยุดยาว เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีคนเพียงพอในช่วงที่ออเดอร์หนักที่สุด
วันหยุดยาวคือช่วงที่คนเปิดรับสิ่งใหม่มากกว่าปกติ เพราะมีเวลามากขึ้น และอยู่ในอารมณ์ผ่อนคลาย ร้านที่ไม่มีโปรฯ หรือเมนูพิเศษในช่วงนี้กำลังปล่อยโอกาสในการดึงลูกค้าใหม่ไปฟรี ๆ ทั้งที่ลูกค้ากำลังเปิดใจอยู่พอดี
วันหยุดยาวไม่ได้มีออเดอร์สม่ำเสมอตลอดวัน แต่มีรูปแบบที่คาดเดาได้ โดยพฤติกรรมสั่งซื้อจะไม่ต่างจากวันธรรมดามากนัก เพียงแต่ช่วงเวลาพีกจะขยับออกไปเล็กน้อย
รู้จังหวะเหล่านี้แล้ว ร้านสามารถวางแผนกะพนักงาน จัดสต็อกวัตถุดิบ และกำหนดช่วงเวลาโปรโมชั่นได้แม่นยำขึ้นมากแทนที่จะเตรียมตัวแบบเหมาเข่ง
วันหยุดยาวเป็นช่วงเวลาที่โฆษณา LINE MAN ให้ผลคุ้มค่าเป็นพิเศษ เพราะพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไปในทิศทางที่เอื้อต่อเดลิเวอรีโดยตรง ทั้งการอยู่บ้านมากขึ้น ไม่อยากขับรถออกไปข้างนอก และมีเวลาเลือกอาหารมากกว่าวันธรรมดา
สิ่งที่ควรทำก่อนวันหยุดยาวจะมาถึง คือเปิดโฆษณาล่วงหน้าอย่างน้อย 2 - 3 วัน เพื่อให้ร้านปรากฏอยู่ในสายตาลูกค้าก่อนที่เขาจะเริ่มวางแผนว่าจะกินอะไร เพราะการตัดสินใจสั่งอาหารมักเริ่มต้นจากร้านที่เคยเห็นมาก่อน ไม่ใช่ร้านที่เพิ่งค้นหาเจอตอนหิว
ในช่วงวันหยุดยาวเอง ควรเน้นโฆษณาให้หนักขึ้นในช่วงเวลาพีก นั่นคือช่วงสาย และช่วงเย็น เพื่อให้งบโฆษณาทำงานตรงจังหวะที่มีโอกาสเปลี่ยนเป็นออเดอร์มากที่สุด แทนที่จะกระจายงบแบบเท่า ๆ กันตลอดทั้งวัน
วันหยุดยาวไม่ใช่โอกาสทองที่ได้มาเองโดยอัตโนมัติ และไม่ใช่หายนะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันคือช่วงเวลาที่ "ร้านที่เตรียมตัวดีกว่า" จะได้เปรียบอย่างชัดเจน
รู้ว่าลูกค้าหลักของร้านคุณคือใคร อ่านบริบทของวันหยุดนั้น ๆ ให้ออก เตรียมวัตถุดิบ และพนักงานให้พร้อม มีโปรฯ ที่ตรงกับพฤติกรรมของลูกค้าในช่วงนั้น และทำให้ร้านปรากฏอยู่ในสายตาลูกค้าก่อนที่เขาจะเริ่มหิว แค่นี้ก็เปลี่ยนวันหยุดยาวจาก "อาจจะดี" ให้กลายเป็น "ดีแน่นอน" ได้ทุกครั้งที่ปฏิทินหมุนมา
โฆษณา LINE MAN ทำง่ายใน 3 คลิก ดูวิธีทำที่นี่
เริ่มต้นสร้างโฆษณา LINE MAN บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกที่นี่