.png)
หยุดคิดว่าต้องมีงบหลักหมื่นถึงจะเริ่มทำโฆษณาได้ เพราะความจริงที่ร้านเล็กมองข้ามไปคือ เงินหลักร้อยก็สามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสได้ ถ้าเรารู้ว่ากำลังจ่ายไปเพื่ออะไร จะกี่ร้อยบาทก็ไม่ได้มีไว้เสี่ยงโชคเพื่อหายอดขายปัง ๆ ในข้ามคืน แต่มันคือเงินลงทุนก้อนแรกที่ซื้อ "คำตอบ" ว่าสินค้าของคุณมีอนาคตจริงไหมในตลาด
ตามคู่มือของ LINE MAN Merchant Center ร้านที่เพิ่งเริ่มควรลองด้วยงบขั้นต่ำประมาณ 100 บาทต่อวัน หรือตามที่ระบบแนะนำ ซึ่งตัวเลขแนะนำจะต่างกันไปตามพื้นที่ และประเภทร้าน (เช็กตัวเลขจริงในแอปฯ Wongnai Merchant App ก่อนเสมอ)
อีกเรื่องที่คนมักเข้าใจผิดคือ งบต่อวันคือเพดาน ไม่ใช่ยอดที่ถูกหักเต็มทุกวัน ระบบคิดเงินตามการใช้งานจริง ถ้าวันนั้นโฆษณาแสดงผลไม่ถึงเพดาน ก็ถูกหักเท่าที่การแสดงผล และผลลัพธ์เกิดขึ้นจริง และโฆษณาจะแสดงเฉพาะช่วงที่ร้านเปิดรับออเดอร์เท่านั้น
โฆษณาไม่ได้สร้างความอร่อย ไม่ได้ทำให้เมนูน่าสั่งขึ้น แต่มัน พาคนมาหน้าร้านมากขึ้น ถ้าหน้าร้านยังไม่พร้อม ไม่ว่าจะใช้งบแค่ไหน มันก็จะกลายเป็นค่าพาคนมาดูแล้วเดินออกไป ดังนั้นลำดับที่ถูกคือ เตรียมร้านให้พร้อมก่อน แล้วค่อยใช้เงิน
ก่อนตั้งงบ ให้คำนวณว่า "ยอมจ่ายค่าโฆษณาได้สูงสุดต่อ 1 ออเดอร์เท่าไหร่" สูตรง่าย ๆ คือ
กำไรต่อออเดอร์ = ราคาขายเฉลี่ยต่อบิล − ต้นทุนอาหาร − ค่า GP
เช่น ถ้าบิลเฉลี่ย 150 บาท เหลือกำไรหลังหักต้นทุน และค่า GP ราว 60 บาท แปลว่าค่าโฆษณาต่อออเดอร์ที่ร้านรับไหวควรต่ำกว่านั้นมาก ๆ ถ้ายังไม่รู้ตัวเลขนี้ อย่าพึ่งรีบยิงโฆษณา (ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างเพื่อประกอบการอธิบายเท่านั้น)
คนที่เห็นร้านของคุณจากโฆษณาจะตัดสินใจภายใน 3-5 วินาที ให้ลองตรวจสิ่งเหล่านี้
ร้านคุณไม่ต้องมีถึง 5 โปรฯ ให้ลูกค้าเลือก เพราะ มี 1 โปรฯ อาจทำให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายที่สุด เช่น ส่วนลดสำหรับออเดอร์แรก หรือเซ็ตคู่ราคาพิเศษ โฆษณาที่ทำคู่กับโปรโมชั่นช่วยให้ลูกค้าที่กดเข้ามาตัดสินใจซื้อง่าย และเร็วขึ้น เพราะโฆษณาพาคนมาถึงหน้าร้าน แต่โปรโมชั่นเป็นตัวปิดการขาย
ตอนเรากำลังสร้างโฆษณาจะมีตัวเลือกให้เลือก 2 แบบ
ถ้าคุณมีงบแค่ 500 ให้เริ่มที่ "เพิ่มออเดอร์" เพราะเงินน้อยทนต่อการจ่ายค่าคลิก (Click) ที่ไม่กลายเป็นยอดขายไม่ไหว (ดูราคาต่อออเดอร์ที่ระบบแสดงในแอปฯ ก่อนยืนยันทุกครั้ง เพราะมันสามารถผันแปรตามพื้นที่ ช่วงเวลา และจำนวนร้านที่ยิงโฆษณาใกล้เคียงกันได้)
นี่คือหัวใจของร้านที่มีงบน้อย อย่าทุ่มงบของคุณทุกบาทไปในวันเดียว ให้แบ่งเฉลี่ยเป็นงบรายวันแล้วยิงหลาย ๆ วัน ระบบต้องใช้เวลาเรียนรู้ และคุณเองก็ต้องมีข้อมูลหลายวันถึงจะอ่านผล และวิเคราะห์เพื่อนำไปใช้ต่อได้
ตัวอย่าง
ต้องยอมรับว่างบ 500 บาทที่ใช้ยิงโฆษณา 100 บาทต่อวันได้ราว 5 วัน นั้นจะสั้นกว่าช่วง 15 วันที่ ซึ่คือจำนวนวันที่แนะนำ ดังนั้นให้มอง 500 บาทเป็น “รอบทดสอบ” เพื่อทดสอบตลาดรอบ ๆ ร้าน ส่
ความอยากรู้อยากเห็นทำให้หลาย ๆ ร้านลองกดปิดโฆษณาตอนยังไม่เห็นผล แล้วกดเปิดใหม่ตอนยอดเงียบ วิธีนี้ทำให้ข้อมูลขาดตอน และอ่านผลลัพธ์ไม่ได้ ถ้างบที่ใช้ในการยิงโฆษณาหมดเร็วมาก นั่นแปลว่ามีลูกค้าเห็นร้านเยอะในเวลาสั้น ๆ ไม่ใช่ความผิดปกติแต่อย่างใด
พอครบกำหนดวัน อย่าดูแค่ยอดขายรวม ให้ลองดู 4 ตัวเลขนี้
ผลลัพธ์มี 3 ทาง
ขั้นต่ำของโฆษณาไม่ใช่ตัวเลขที่คุณต้องกลัว สิ่งที่ต้องกลัวคือการยิงโฆษณาโดยไม่รู้ว่ากำไรต่อออเดอร์เท่าไหร่ และหน้าร้านไม่พร้อมรับลูกค้า ร้านที่เริ่มด้วยงบที่น้อย แต่ทำครบทั้ง 7 ขั้นนี้ มักได้ข้อมูลที่มีค่ากว่าร้านที่ทุ่ม 5,000 บาทแบบไม่ได้วางแผนอะไรเลย
ถ้าพร้อมแล้ว การเริ่มทดลองทำได้ในแอป Wongnai Merchant App ที่เมนู "โฆษณา" > "เริ่มสร้างโฆษณา" แล้วเลือกเป้าหมายกับงบรายวันตามที่ระบบแนะนำ เริ่มจากก้อนเล็ก ๆ ดูผลทีละรอบ แล้วค่อยขยับตามผลลัพธ์ของร้านเอง อย่าปล่อยให้งบน้อยมาปิดโอกาสร้านของคุณจากการขายดี และเป็นที่จดจำ
โฆษณา LINE MAN ทำง่ายใน 3 คลิก ดูวิธีทำที่นี่
เริ่มต้นสร้างโฆษณา LINE MAN บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกที่นี่