
สำหรับเจ้าของร้านที่เพิ่งเริ่มขายเดลิเวอรี พอเห็นยอดออเดอร์เข้ามาตลอดทั้งวันก็อาจรู้สึกว่าขายดีแน่ ๆ แต่ยอดขายที่เห็นยังไม่ใช่กำไรทั้งหมด เพราะกว่าจะรู้ว่าแต่ละออเดอร์ทำเงินให้ร้านเท่าไหร่ ยังมีทั้งค่า GP ค่าวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องนำมาคิดด้วย
บทความนี้ชวนมาทำความเข้าใจค่า GP แบบง่าย ๆ ตั้งแต่ความหมาย วิธีคำนวณ ไปจนถึงตัวเลขที่ควรเช็กก่อนตั้งราคา เพื่อให้วางแผนร้านได้อย่างมั่นใจขึ้น
.jpg)
ค่า GP ในบริบทของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี คือ ค่าบริการที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บจากร้านค้า ตามอัตราและเงื่อนไขของแพ็กเกจที่ร้านใช้ โดยคำนวณจากยอดที่กำหนดไว้ในเงื่อนไข ไม่ใช่การนำเปอร์เซ็นต์ไปหักจากกำไรของร้านโดยตรง
ตัวอย่างเช่น หากยอดที่ใช้คำนวณคือ 500 บาท และร้านมีอัตรา GP ตามแพ็กเกจเท่ากับ X% ค่า GP จะเท่ากับ 500 บาท × X%
ทั้งนี้ อัตรา GP และยอดที่ใช้เป็นฐานคำนวณอาจแตกต่างกันตามแพ็กเกจและเงื่อนไขของร้าน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่ร้านตกลงไว้เสมอ

สมมติยอดที่ใช้คำนวณ 1,000 บาท และอัตรา GP 30%
1,000 × 30% = ค่า GP 300 บาท
* ตัวเลข 30% เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่อัตราเดียวกันสำหรับทุกร้าน และตัวอย่างนี้ยังไม่รวม VAT หรือค่าบริการอื่นที่อาจเกิดขึ้น

ลองกลับมาดูตัวอย่างแบบง่ายเพื่อให้เห็นภาพก่อน โดยสมมติว่ายอดขายที่ใช้คำนวณคือ
1,000 บาท หัก GP 300 บาท ร้านจะเหลือ 700 บาท ก่อนคิด VAT และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
แต่เงิน 700 บาทนี้ ยังไม่ใช่กำไรสุทธิ เพราะร้านยังต้องนำค่าวัตถุดิบ ค่าแพ็กเกจจิง ค่าแรง ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องมาคำนวณต่อ
.jpg)
แม้สองร้านจะมียอดขายและอัตรา GP เท่ากัน แต่เงินที่เหลืออาจต่างกันได้ หากต้นทุนอาหารไม่เท่ากัน
สมมติทั้งสองร้านมียอดขาย 1,000 บาท และหัก GP 30% เหลือ 700 บาท:
ตัวเลขที่เหลือเป็นเพียงยอดหลังหัก GP และต้นทุนอาหารตามตัวอย่าง ยังไม่รวม VAT ของค่าบริการ โปรโมชั่น ค่าแพ็กเกจจิง ค่าแรง ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่น จึงยังไม่ใช่กำไรสุทธิ
ถ้าร้านร่วมออกส่วนลด ควรดูทั้งจำนวนเงินที่ร้านรับภาระและเงื่อนไขของแต่ละโปรโมชั่น เพราะฐานที่ใช้คำนวณ GP อาจต่างกัน เช่น บางคูปองของร้านคิด GP จากยอดหลังหักส่วนลด ขณะที่บางแคมเปญมีเงื่อนไขคิดจากยอดก่อนหักส่วนลดนั้น ๆ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดของโปรโมชั่นก่อนเข้าร่วมทุกครั้ง
.jpg)
✏️ รู้ GP รู้ต้นทุน วางแผนร้านได้แม่นขึ้น
การรู้แค่ว่าร้านมียอดขายเท่าไหร่อาจยังไม่พอ ลองนำค่า GP โปรโมชั่น ต้นทุนอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นมาคิดร่วมกัน จะช่วยให้เห็นภาพเงินที่เหลือจริงได้ชัดขึ้น และใช้ประกอบการตั้งราคาให้เหมาะกับร้านมากขึ้น