ผู้ใช้งานใหม่
การใช้งานขั้นสูง
คู่มือเพิ่มยอดขายบน LINE MANคู่มือใช้โฆษณา LINE MAN

เปิดร้านต้องรู้! GP คืออะไร คิดยังไงให้รู้ว่าร้านได้กำไรจริงแค่ไหน

ยอดขายเยอะ ทำไมเงินที่เหลือถึงไม่เยอะอย่างที่คิด?

สำหรับเจ้าของร้านที่เพิ่งเริ่มขายเดลิเวอรี พอเห็นยอดออเดอร์เข้ามาตลอดทั้งวันก็อาจรู้สึกว่าขายดีแน่ ๆ แต่ยอดขายที่เห็นยังไม่ใช่กำไรทั้งหมด เพราะกว่าจะรู้ว่าแต่ละออเดอร์ทำเงินให้ร้านเท่าไหร่ ยังมีทั้งค่า GP ค่าวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องนำมาคิดด้วย

บทความนี้ชวนมาทำความเข้าใจค่า GP แบบง่าย ๆ ตั้งแต่ความหมาย วิธีคำนวณ ไปจนถึงตัวเลขที่ควรเช็กก่อนตั้งราคา เพื่อให้วางแผนร้านได้อย่างมั่นใจขึ้น

‍

‍GP คืออะไร? ทำไมร้านเดลิเวอรีต้องรู้จัก

ค่า GP ในบริบทของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี คือ ค่าบริการที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บจากร้านค้า ตามอัตราและเงื่อนไขของแพ็กเกจที่ร้านใช้ โดยคำนวณจากยอดที่กำหนดไว้ในเงื่อนไข ไม่ใช่การนำเปอร์เซ็นต์ไปหักจากกำไรของร้านโดยตรง

‍

ตัวอย่างเช่น หากยอดที่ใช้คำนวณคือ 500 บาท และร้านมีอัตรา GP ตามแพ็กเกจเท่ากับ X% ค่า GP จะเท่ากับ 500 บาท × X%

‍

ทั้งนี้ อัตรา GP และยอดที่ใช้เป็นฐานคำนวณอาจแตกต่างกันตามแพ็กเกจและเงื่อนไขของร้าน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่ร้านตกลงไว้เสมอ

‍

‍GP คิดยังไง? เริ่มจากสูตรง่าย ๆ ค่า GP = ยอดที่ใช้คำนวณ × อัตรา GP (%)

สมมติยอดที่ใช้คำนวณ 1,000 บาท และอัตรา GP 30%

1,000 × 30% = ค่า GP 300 บาท

‍

* ตัวเลข 30% เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่อัตราเดียวกันสำหรับทุกร้าน และตัวอย่างนี้ยังไม่รวม VAT หรือค่าบริการอื่นที่อาจเกิดขึ้น

‍

หลังหัก GP แล้ว ร้านเหลือเท่าไหร่?

ลองกลับมาดูตัวอย่างแบบง่ายเพื่อให้เห็นภาพก่อน โดยสมมติว่ายอดขายที่ใช้คำนวณคือ

‍

1,000 บาท หัก GP 300 บาท ร้านจะเหลือ 700 บาท ก่อนคิด VAT และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

แต่เงิน 700 บาทนี้ ยังไม่ใช่กำไรสุทธิ เพราะร้านยังต้องนำค่าวัตถุดิบ ค่าแพ็กเกจจิง ค่าแรง ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องมาคำนวณต่อ

‍

อย่าดูแค่ GP ต้องดูต้นทุนอาหารด้วย

แม้สองร้านจะมียอดขายและอัตรา GP เท่ากัน แต่เงินที่เหลืออาจต่างกันได้ หากต้นทุนอาหารไม่เท่ากัน

‍

สมมติทั้งสองร้านมียอดขาย 1,000 บาท และหัก GP 30% เหลือ 700 บาท:

  • ร้าน A มีต้นทุนอาหาร 300 บาท เหลือ 400 บาท
  • ร้าน B มีต้นทุนอาหาร 500 บาท เหลือ 200 บาท

ตัวเลขที่เหลือเป็นเพียงยอดหลังหัก GP และต้นทุนอาหารตามตัวอย่าง ยังไม่รวม VAT ของค่าบริการ โปรโมชั่น ค่าแพ็กเกจจิง ค่าแรง ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่น จึงยังไม่ใช่กำไรสุทธิ

‍

โปรโมชั่นก็มีผลกับเงินที่ร้านได้รับ

ถ้าร้านร่วมออกส่วนลด ควรดูทั้งจำนวนเงินที่ร้านรับภาระและเงื่อนไขของแต่ละโปรโมชั่น เพราะฐานที่ใช้คำนวณ GP อาจต่างกัน เช่น บางคูปองของร้านคิด GP จากยอดหลังหักส่วนลด ขณะที่บางแคมเปญมีเงื่อนไขคิดจากยอดก่อนหักส่วนลดนั้น ๆ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดของโปรโมชั่นก่อนเข้าร่วมทุกครั้ง

‍

ก่อนตั้งราคาเดลิเวอรี เช็ก 3 ตัวเลขนี้

  1. ต้นทุนอาหาร: เมนูหนึ่งจานใช้วัตถุดิบและส่วนประกอบเป็นเงินเท่าไหร่ รวมถึงต้นทุนที่เปลี่ยนไปตามแต่ละออเดอร์
  2. ค่า GP และค่าบริการที่เกี่ยวข้อง: ตรวจสอบอัตราของร้าน ฐานที่ใช้คำนวณ VAT และเงื่อนไขโปรโมชั่นให้ชัด
  3. ราคาขาย: ลองคำนวณย้อนกลับ หลังหักต้นทุนและค่าบริการต่าง ๆ แล้ว ร้านยังมีเงินเหลือเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นและกำไรที่ต้องการหรือไม่

✏️ รู้ GP รู้ต้นทุน วางแผนร้านได้แม่นขึ้น

การรู้แค่ว่าร้านมียอดขายเท่าไหร่อาจยังไม่พอ ลองนำค่า GP โปรโมชั่น ต้นทุนอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นมาคิดร่วมกัน จะช่วยให้เห็นภาพเงินที่เหลือจริงได้ชัดขึ้น และใช้ประกอบการตั้งราคาให้เหมาะกับร้านมากขึ้น